วัดตะปอนน้อย

วัดตะปอนน้อย ตั้งอยู่ที่บ้านตะปอนน้อย หมู่ที่ ๓ ตำบลตะปอน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๔ ไร่ ๓ งาน ๓๐ ตารางวา น.ส. ๓ เลขที่ ๑๑๕ อาณาเขต ทิศเหนือและทิศใต้ จดสวนผลไม้ของเอกชน ทิศตะวันออก จดถนนสายขลุง-แหลมสิงห์ ทิศตะวันตก จดคลองสาธารณะ มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๑ แปลง เนื้อที่ ๕๑๒

๙ ไร่ ๕๐ ตารางวา อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง ๙ เมตร ยาว ๑๘ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๑ กุฏิสงฆ์ จำนวน ๒ หลัง เป็นอาคารไม้ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๒ เมตร หลังแรกสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕ หลังที่ ๒ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๖ ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน ๒ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ๑ หลัง สร้างด้วยไม้ ๑ หลัง นอกจากนี้ มีอาคารเสนาสนะต่างๆ ดังนี้ คือ โรงเรียนพระปริยัติธรรม กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๓๕ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ อุโบสถหลังเก่า ด้านในมีจิตรกรรม ฝาผนัง หน้าบรรณแกะสลักด้วยไม้ มีเสาล้อมรอบอุโบสถ ขนาดกว้าง ๙ เมตร ยาว ๑๗ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๑๒๕ ปูชนียวัตถุ มีพระประธานประจำอุโบสถ และพระพุทธรูปขนาดต่างๆ นอกจากนี้มีเจดีย์ทรงระฆัง ทรงกลม ฐานเหลี่ยม สูงประมาณ ๑๙ เมตร ฐานกว้างประมาณ ๙ เมตร ระฆังโบราณ เนื้อสำริด ลวดลายจีน หัวระฆังเป็นหัวกิเลน อายุกว่า ๒๐๐ ปี รอยพระพุทธบาทจำลองบนผืนผ้า มี ๕ รอบซ้อนกัน ตั้งแต่ใหญ่ไปหาเล็ก มีความกว้าง ๕ ศอก ยาว ๒๐ ศอก เจ้าพระยาสาธารดานรศิทธิ์นำมาจากภาคใต้ของประเทศไทย พ.ศ. ๒๑๒๕

วัดตะปอนน้อย ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๑๒๕ ตามตำนานกล่าวว่า พ่อค้าเกวียนได้ขับเกวียน จะไปค้าขายทางตะวันออก เมื่อผ่านมาถึงป่าคั่น ซึ่งในอดีตทางเป็นทรายหนา กะโพลงเกวียน ก็เริ่มชำรุด และพ่อค้าได้ขับเกวียนที่ชำรุดผ่านหมู่บ้านและวัด มาถึงหมู่บ้านตะปอนใหญ่ กะโพลงเกวียนก็ชำรุดมาก เมื่อถึงอีกหมู่บ้านหนึ่งเกวียนก็หักพังลง จึงเรียกว่าหมู่บ้านเกวียนหัก วัดจึงเกี่ยวข้องกับเกวียนทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน ต่อมาชื่อวัดได้เปลี่ยนชื่อตามชื่อหมู่บ้านว่า "กะโพลงน้อย" และแปลงมาเป็น "ตะปอนน้อย" อุบาสกและอุบาสิกา ผู้มีจิตศรัทธาช่วยกัน บริจาคเงินสร้าง และบูรณะวัดมาจนถึงปัจจุบัน วัดตะปอนน้อย หรือวัดอินทราราม ตามตำนาน ประวัติวัดต้นฉบับที่สูญหายไป กล่าวว่าเป็นวัดหลวงในสมัยรัชกาลที่ ๕ เพราะมีโบราณวัตถุ แต่ปัจจุบันได้ชำรุดแล้ว ได้แก่ ศาลาการเปรียญ (มีคุณเหล็ง เป็นผู้อุปถัมภ์ในการสร้าง) หอไตร กุฏิน้ำ หรือวังโบสถ์ที่ใช้กำสังฆกรรมของพระภิกษุอีกด้วย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๙ เมตร ยาว ๔๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือรูปที่ ๑-๙ ไม่ทราบนาม พ.ศ. ๒๑๒๕- ๒๔๕๐ รูปที่ ๑๐ พระวินัยธรรม พ.ศ. ๒๓๕๐-๒๔๓๒ รูปที่ ๑๑ พระต้อย พ.ศ. ๒๔๓๒- ๒๔๔๕ รูปที่ ๑๒ พระครูบุรสถานสังฆกิจ พ.ศ. ๒๔๔๕-๒๔๖๒ รูปที่ ๑๓ พระครูรวม กปุปโก พ.ศ. ๒๔๖๓-๒๔๙๓ รูปที่ ๑๔ พระจ๋วน ปณฺฑิโต พ.ศ. ๒๔๙๔-๒๕๐๑ รูปที่ ๑๕ พระวิชัย พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๐๕ รูปที่ ๑๖ พระวิเชียร อารมุภกิจโจ พ.ศ. ๒๕๐๖-๒๕๑๒ รูปที่ ๑๗ พระครูโสภณพัฒนากร พ.ศ. ๒๕๑๗-ปัจจุบัน