วัดจันทนาราม

วัดจันทนาราม ตั้งอยู่เลขที่ ๑ บ้านจันทนิมิต ถนนริมน้ำ หมู่ที่ ๔ ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๙ ไร่ ๒ งาน ๖ ตารางวา ส.ค. เลขที่ ๑ โฉนดที่ดินเลขที่ ๔๗๐๓, ๔๗๐๔, ๑๐๒๐๐ และ ๙๕๐๔ มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๘ แปลง เนื้อที่ ๒๖๘ ไร่ ๓ งาน ๑๒ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๓๐๖๒, ๓๐๖๘, ๓๙๓๗, ๔๐๑๗, ๔๗๖๖ และ ๑๔๐๑๙ อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง ๘.๙๐ เมตร ยาว ๑๘.๒๕ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๔ เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ กุฏิสงฆ์ จำนวน ๙ หลัง เป็นอาคารไม้ ๔ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๕ หลัง ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๓๔ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย ๓ ชั้น ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน ๓ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก นอกจากนี้มีอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ดังนี้ คือ โรงครัวทรงปั้นหยา ๒ ชั้น โรงเรียนพระปริยัติธรรม กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๐ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้นครึ่งทรงไทย หอฉัน กว้าง ๑๓.๔๐ เมตร ยาว ๒๕.๓๐ เมตร เป็นอาคารไม้ และห้องสมุดสำหรับประชาชน เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย ปูชนียวัตถุ มี (๑.) พระประธานประจำอุโบสถ ขนาดหน้าตักกว้าง ๑.๗๖ เมตร สูง ๒.๗๖ เมตร สร้างคู่มากับอุโบสถ ต่อมาชำรุด ได้ซ่อมแซมเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗-๒๕๓๘ (๒.) พระพุทธรูปหินอ่อน หน้าตักกว้าง ๐ เซนติเมตร สูง ๘๖ เซนติเมตร มีจารึกไว้ใต้ฐานด้วยอักษรพม่าว่า นายแก็ง คนกุหลา สร้างขึ้นเมื่อ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๔ ปีบาล พ.ศ. ๒๔๔๕ สร้างที่เมืองตะโค้ง หรือ ชะเวดากอง ประเทศพม่า

วัดจันทนาราม ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๐ ตามประวัติเล่าว่าเป็นวัดป่า มีต้นจันทน์และต้นพิกุลเป็นจำนวนมาก คำว่า "วัดจันทนาราม" น่าจะตั้งขึ้นโดยอาศัยป่าต้นจันทน์เป็นนิมิตหมาย เพราะ "จันทนะ" เป็นชื่อของต้นไม้ ตามประวัติบันทึกไว้ว่า ในรัชกาลที่ ๓ ราว พ.ศ. ๒๓๖๘ วัดทรุดโทรมใกล้จะร้าง ชาวบ้านจึงได้ไปอาราธนาพระอุปัชฌาย์นวม จนุทิสุสโร จากวัดเกาะ ซึ่งวัดนี้ได้ย้ายมารวมกับวัดจันทนาราม มาเป็นเจ้าอาวาส ท่านได้เริ่มบูรณปฏิสังขรณ์วัด อุโบสถหลังเดิมอยู่ริมแม่น้ำ น้ำเซาะพัง ได้ย้ายไปสร้างใหม่ สร้างเสร็จฉลองเมื่อปีฉลู พ.ศ. ๒๓๘๔ วัดได้เจริญรุ่งเรืองแล้วก็กลับทรุดโทรมอีกเป็นเวลาประมาณ ๗๔ ปี ต่อมา พ.ศ. ๒๔๔๒ ๔๙๔

สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้โปรดเกล้าให้พระปลัดแสง สุปภาโส วัดเครือวัลย์ กรุงเทพมหานคร มาเป็นเจ้าอาวาส ท่านได้ปรับปรุงวัดใหม่ ได้จัดตั้งโรงเรียน สอนหนังสือไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๓ (ร.ศ. ๑๑๙) ปี พ.ศ. ๒๔๔๘ ตั้งโรงเรียนสอนบาลี ปี พ.ศ. ๒๔๖๒ ได้เปิดสำนักเรียนนักธรรมขึ้น และท่านต้องรับภาระในการป้องกันวัดมิให้ถูกน้ำเซาะพัง ในปี พ.ศ. ๒๔๖๒ จึงได้จัดงานทอดผ้าป่าหินขึ้นเป็นครั้งแรก และก็ได้จัดงานติดต่อกันตั้งแต่บัดนั้น เป็นต้นมา ปี พ.ศ. ๒๔๘๗ พระเทพวิสุทธิโมลี เป็นเจ้าอาวาส ได้จัดงานเก็บค่าผ่านประตู แทนการเรี่ยไร ได้ทำต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ พระราชวิสุทธินายก เป็นเจ้าอาวาส องค์ปัจจุบัน ได้ดำเนินการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังเสร็จตลอดแนว ปี พ.ศ. ๒๕๓ ได้ชำรุด จึงได้รื้อสร้างใหม่อย่างสภาพที่เห็นในปัจจุบัน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๔ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๑๓.๔๐ เมตร ยาว ๑๘.๙๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือรูปที่ ๑ พระอุปัชฌาย์นวม จนุทิสุโร พ.ศ. ๒๓๖๘-๒๔๑๒ รูปที่ ๒ พระจิ๊ด สุจิตฺโต พ.ศ. ๒๔๑๒-๒๔๑๗ รูปที่ ๓ พระสอน เกสโร พ.ศ. ๑๗-๒๔๑๗ รูปที่ ๔ พระสวน พ.ศ. ๒๔๑๗-๒๔๑๙ รูปที่ ๕ พระแผ้ว ธมฺมานิโย พ.ศ. ๒๔๑๙-๒๔๔๑ รูปที่ ๖ พระครูครุนาถสมาจาร (แสง) สุปภาโส พ.ศ. ๒๔๔๒-๒๔๗๐ รูปที่ ๗ พระครู ครุนาถสมาจาร (เคียร) อุตุโม พ.ศ. ๒๔๗๐-๒๔๘๒ รูปที่ ๘ พระครูพิพัฒน์วิหารการ (เชย) ขนฺติกโร พ.ศ. ๒๔๘๒-๒๔๘๕ รูปที่ ๙ พระเทพสุทธิโมลี (เสงี่ยม) จิณฺณาจาโร พ.ศ. ๒๔๘๕-๒๕๑๒ รูปที่ ๑๐ พระราชวินัยเวที (ถาวร) ฐานุตุตโร พ.ศ. ๒๕๑๒-๒๕๑๓ รูปที่ ๑๑ พระเทพสารสุรี (บังเอิญ) ธานากโร พ.ศ. ๒๕๑๓-ปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียน พระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๒ โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๘ ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘