วัดหนองแหน

วัดหนองแหน ตั้งอยู่ที่บ้านหนองแหน หมู่ที่ ๗ ตำบลลำพันตา อำเภอนาดี จังหวัด ปราจีนบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๓ ไร่ ๖๐ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๑๑๕๗ อาณาเขต ทิศเหนือ จดที่ดินเอกชน ทิศใต้ จดทางสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันออก จดที่ดินเอกชน ทิศตะวันตก จดโรงเรียนประจำหมู่บ้าน มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน ๒ แปลง เนื้อที่ ๑๔ ไร่ ๒ งาน โฉนดที่ดินเลขที่ ๑๑๕๗ และ ๑๑๙๖ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย ศาลา การเปรียญ กว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๑๘ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็ก กุฏิสงฆ์ จำนวน ๒ หลัง เป็นอาคารไม้ ๑ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๑ หลัง ศาลา อเนกประสงค์ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๒ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็ก ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน ๑ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

วัดหนองแหน ตั้งเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ การบริหารและการปกครอง มีพระโสวัต สุทธิญาโณ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส

วัดหลวงบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) วัดหลวงบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ตั้งอยู่เลขที่ ๑ บ้านเมืองใหม่ ถนนกบินทร์บุรี- นครราชสีมา หมู่ที่ ๑๐ ตำบลเมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๖ ไร่ ๒ งาน ๑๐-

ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๕๑๖๐ อาณาเขต ทิศเหนือ จดที่ดินนายเขียน ช่วยสงเคราะห์ ทิศใต้ จดทางสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันออก จดที่ดินนายมาโนชย์ ชัยสิทธิ์ ทิศตะวันตก จดบ้านเมืองใหม่ มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๑ แปลง เนื้อที่ ๑ ไร่ ๒๖

  • ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๒๗๔๘๔ อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๔ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นอาคาร คอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญ กว้าง ๒๒ เมตร ยาว ๓๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นอาคารไม้ กุฏิสงฆ์ จำนวน ๒ หลัง เป็นอาคารไม้ ครึ่งตึกครึ่งไม้ วิหาร กว้าง ๒ เมตร ยาว ๖ เมตร เป็นอาคารไม้ ก่ออิฐถือปูน สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๑ ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน ๑ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก นอกจากนี้มีอาคารเสนาสนะต่างๆ ดังนี้ คือ กุฏิปฏิบัติธรรม ๗ หลัง และฌาปนสถาน ปูชนียวัตถุ มีพระประธานประจำอุโบสถพระพุทธ ชินราช (จำลอง) สร้างถวายโดย คุณพ่อสาย คุณแม่แตงอ่อน สวัสดี วัดหลวงบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ตั้งเมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๕๑ เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระองค์ ทรงแต่งตั้งให้เจ้าพระยาบดินทร์เดชาเป็นแม่ทัพหลวง ร่วมกับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) และ พระมหาเทพ (ป้อม) ยกทัพไปปราบเขมร ซึ่งเอาใจออกห่างไม่ยอมอ่อนน้อม เมื่อปราบปรามเขมร ได้แล้ว เจ้าพระยาบดินทร์เดชา ได้มาสร้างวัดหลวงบดินทร์เดชา พร้อมสร้างอุโบสถ ๑ หลังและ นำพระพุทธรูปที่นำมาจากเขมรประดิษฐานเป็นพระประธานในอุโบสถ ถือเป็นอุโบสถที่ศักดิ์สิทธิ์ เดิมใช้เป็นที่ทำพิธีดื่มน้ำพิพาทสัตยาสาบานตน เพื่อเข้าปฏิบัติราชการของข้าราชการด้วย วัดหลวง บดินทร์เดชามีพระหลักคำเป็นเจ้าอาวาสปกครอง ๒ รูป คือพระหลักคำสิงห์ และพระหลักคำพัน และได้มีการพัฒนามาโดยลำดับ จนมีสภาพดังที่เห็นในปัจจุบัน โดยได้รับความอุปถัมภ์ จากตระกูล สิงหเสนี และพุทธศาสนิกชนทั่วไปเป็นอย่างดี ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๒ ๕๖๔

พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๑ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๔ เมตร การบริหาร และการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือรูปที่ ๑ พระหลักคำสิงห์ พ.ศ. ๒๓๕๑- ๒๓๕๙ รูปที่ ๒ พระหลักคำพัน พ.ศ. ๒๓๕๙-๒๓๖๐ รูปที่ ๓ พระอธิการมิ่ง พ.ศ. ๒๓๖๙- ๒๓๗๔ รูปที่ ๔ พระอธิการสวาท พ.ศ. ๒๓๗๔-๒๓๘๐ รูปที่ ๕ พระอธิการจำปี พ.ศ. ๒๓๘๐- ๒๓๘๓ รูปที่ ๖ พระอธิการชัย พ.ศ. ๒๓๘๓-๒๓๘๖ รูปที่ ๗ พระอธิการสวัสดิ์ พ.ศ. ๒๓๘๖- ๒๓๙๓ รูปที่ ๘ พระอธิการคำดี พ.ศ. ๒๓๙๓-๒๔๐๓ รูปที่ ๙ พระอธิการสิน พ.ศ. ๒๔๐๓- ๒๔๐๖ รูปที่ ๑๐ พระครูบดินทร์เดชาภิวัฒน์ พ.ศ. ๒๕๒๓-ปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียน พระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๒