วัดป่าเรไร

วัดป่าเรไร ตั้งอยู่ที่บ้านนางรอง ถนนณรงค์รักษาเขต หมู่ที่ ๑๘ ตำบลนางรอง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๑ ไร่ ๒ งาน ๔๐ ตารางวา น.ส. ก. เลขที่ ๘๙๒๓ อาณาเขต ทิศเหนือ จดถนนสาธารณะ ทิศใต้ จดป่า ทิศตะวันออก จดถนนสาธารณะ ทิศตะวันตก จดป่า อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๒ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สมัยกรุงศรีอยุธยา ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๔ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ กุฏิสงฆ์ จำนวน ๒ หลัง กว้าง ๑๑ เมตร ยาว ๑๙ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทย ๑ หลัง และอาคารไม้ ๑ หลัง วิหาร จำนวน ๗ หลัง กว้าง ๒ เมตร ยาว ๓ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็ก ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๘ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ทรงไทย ศาลาบำเพ็ญกุศล สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นอาคาร คอนกรีตเสริมเหล็ก หอพระไตรปิฎก เจดีย์ หอระฆัง และเมรุ ๑ หลัง ปูชนียวัตถุ มี ๑. พระประธาน ปางมารวิชัย สร้างด้วยปูนลงรักปิดทอง สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ๒. พระสังกัจจายน์ สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา ๓. พระพุทธรูปสลักด้วยไม้ ๑ องค์ ๔. เจดีย์ ทรงสี่เหลี่ยม สมัยอยุธยา ๕. วิหารแก้ว จำนวน ๗ หลัง ๖. พระบรมสารีริกธาตุ จำนวน ๓ องค์ ศิลปวัตถุ มีหงส์ไม้, ใบเสมาไม้ และเสาไม้แกะสลัก

วัดป่าเรไร ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๒๑๐ ชาวบ้านเรียกวัดโจด สมัยก่อนเรียกว่าวัดชัยมงคล มีตำนานเล่าว่าเนื่องจากมีทหารของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ไปปราบพระยาละแวก ดีขอมได้ชัยชนะ กลับมาพักและตั้งเป็นวัดขึ้น โดยมีลุงแก้ว ซึ่งชอบภูมิประเทศ ได้บวชและ จำพรรษาจนมรณภาพ ต่อมาประชาชนชาวเมืองนางรอง โดยมีกรรมการเมือง ซึ่งเป็น ต้นตระกูลหลายตระกูลทำนุบำรุงวัดสืบต่อมา ในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีพระพุทธรูป องค์ใหญ่ ศักดิ์สิทธิ์มาก ในเขตเมืองนางรอง และเดิมมีอุโบสถสร้างด้วยไม้ ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๐๒ พระครูโสภณคณาภิบาล เป็นผู้นำสร้างอุโบสถแบบสมัยอยุธยา และกุฏิสงฆ์

สร้างด้วยเสากลม อายุมากกว่า ๑๐๐ ปี ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๒๖๙ การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือ ๑. พระอินทร์ พ.ศ. ๒๔๓๐-๒๔๔๐ ๒. พระเม่า พ.ศ. ๒๔๔๑-๒๔๔๙ ๓. พระปลิด พ.ศ. ๒๔๕๐-๒๔๕๖ ๔. พระเปล้า พ.ศ. ๒๔๕๗-๒๔๗๐ ๕. พระปลัดปลิ้ม พ.ศ. ๒๔๗๑-๒๔๘๔ ๖. พระกนธ์ พ.ศ. ๒๔๘๕-๔๘๘ ๗. พระแบน พ.ศ. ๒๔๘๙-๒๔๙๑ ๘. พระเรศ พ.ศ. ๒๔๙๒-๒๔๙๓ ๙. พระครู โสภณคณาภิบาล พ.ศ. ๒๔๙๓-๒๕๑๘ ๑๐. พระครูโสภณธรรมวิจิตร พ.ศ. ๒๕๑๘-ปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ และ ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕