วัดป่าสุวรรณไพโรจน์

วัดป่าสุวรรณไพโรจน์ ตั้งอยู่เลขที่ ๙๙ บ้านหนองบัวใหญ่ ถนนชัยภูมิ - สีคิ้ว หมู่ที่ ๑ ตำบลหนองบัวใหญ่ อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต ที่ดินตั้งวัด ๑๙๒

ประวัติวัดจังหวัดชัยภูมิ มีเนื้อที่ ๓๒ ไร่ ๓ งาน ๑๘ ตารางวา โฉนดที่ดิน เลขที่ ๗๘ อาณาเขต ทิศเหนือ จดที่ที่มีการครอบครอง ทิศใต้ จดที่ที่มีการครอบครอง ทิศตะวันออก จดทางสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันตก จดทางสาธารณประโยชน์ มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน ๑ แปลง เนื้อที่ ๓ ไร่ โฉนดที่ดิน เลขที่ ๑๗๑๖ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง ๙ เมตร ยาว ๑๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๒ ศาลาการเปรียญ กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กุฏิสงฆ์ จำนวน ๑๔ หลัง เป็นอาคารไม้ ๖ หลัง และตึก ๗ หลัง

วัดป่าสุวรรณไพโรจน์ ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ วัดป่าสุวรรณไพโรจน์สืบเนื่องมาดังนี้ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๘ ท่านพระอาจารย์มหามา ถามโก (มีสุวรรณ) ท่านอยู่วัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ ได้ดำริที่จะนำรอยพระพุทธบาทจำลองมาประดิษฐานไว้ที่วัดสว่างอารมณ์ ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นวัดปทุมชาติ ซึ่งเป็นวัดบ้านเกิดของท่าน ขณะนั้นบริเวณวัดคับแคบไม่เหมาะสมที่จะสร้างมณฑป จึงได้พิจารณาที่ดินของคุณตาของท่าน คือ หลวงศิริรมย์ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้านหนองบัวใหญ่ เป็นที่สร้างมณฑปและสร้างสำนักสงฆ์ขึ้นเรียกว่า "สำนักสงฆ์โนนสีโล" ซึ่งปรากฏว่าพุทธศาสนิกชน ได้ศรัทธาเลื่อมใสเป็นจำนวนมากได้ นำบุตร-หลานเข้ารับการอบรม จริยธรรมประพฤติเป็นจำนวนมาก เด็กชายก็บรรพชาเป็นสามเณร ผู้มีอายุถึงกำหนดก็อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ฝ่ายธรรมยุตตามท่านพระอาจารย์มหามา ถามโก ส่วนที่เป็นผู้หญิงนั้นต้องการเป็นชี ท่านก็ได้อนุเคราะห์ เช่น แม่ชีสุวรรณ นะหุตานนท์ ซึ่งเป็นน้องสาวของท่านเองก็ได้นำไปบวชชีให้ที่วัดบรมนิวาส โดยท่านเจ้าประคุณพระอุปบาลีคุณูปมาจารย์เป็นพระอุปัชฌาย์ และเป็นหัวหน้าแม่ชีอยู่ที่สำนักสงฆ์โนนสีโล รวมทั้งมีแม่ชีจากวัดบรมนิวาสอีก ๓-๔ ท่านได้ตามมาช่วยอบรมสั่งสอน อุบาสก-อุบาสิกา จึงนับได้ว่าสมัยนั้นพุทธศาสนิกชนได้ให้ความเลื่อมใสศรัทธาในสำนักสงฆ์โนนสีโล และพระอาจารย์มหามา ถามโก เป็นอย่างยิ่ง สำหรับพระภิกษุ-สามเณรรูปใดสมัครจะไปศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ ท่านก็เป็นธุระจัดการให้ เช่น มหาจำปา ศิลโรจน์ มหาชาลี สิงห์ลา นายทองใบ สุจำนงค์ เจ้าของห้างชัยภูมิโอสถ เป็นต้น

ต่อมาปี พ.ศ. ๒๔๗๒ ท่านอาจารย์พระมหามา ถามโก ได้มรณะภาพลง สำนักสงฆ์โนนสีโลก็ขาดผู้นำที่เข้มแข็ง พระมหาจำปา ศิลโรจน์ ซึ่งเป็นลูกศิษย์จึงรับภาระปกครองดูแล สำนักสงฆ์ ฝ่ายแม่ชีนั้นมีเพียงแม่ชีสุวรรณ นะหุตานนท์ เพียงผู้เดียว ความเป็นไปของประวัติวัดจังหวัดชัยภูมิ สำนักสงฆ์โนนสีโล เกิดปัญหาต่างๆ นานา พระมหาจำปา จึงได้มอบรอยพระพุทธบาทจำลองและสำนักสงฆ์โนนสีโลให้วัดปทุมชาติ ปกครองดูแลสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้ ส่วนพระมหามาได้ลาสิกขา และได้รับเลือกให้เป็นกำนันตำบลหนองบัวใหญ่ในเวลาต่อมา

ปี พ.ศ. ๒๔๗๘ พระอาจารย์สิงห์ขนตยาคโม (พระญาณวิศิษฎ์) วัดป่าสาลวัน ศิษย์ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตโต ได้ส่งพระอาจารย์ทองดี มาดูความเป็นไปของสำนักสงฆ์ โนนสีโล เพื่อที่จะได้ปรับปรุงขึ้นใหม่ เมื่อได้ทราบว่าได้ยกให้วัดปทุมชาติไปแล้ว ท่าน พระอาจารย์สงห์ ขนตยาคโม จึงได้ปรึกษากับกำนันจำปา ศิลโรจน์ เพื่อจัดสร้างวัดขึ้นใหม่ให้ ถาวรสืบไป ประจวบกับในขณะนั้นนายอำเภอจัตุรัส คือ นายหา บุญมาชัย ท่านเป็นชาวอำเภอ ชนบท จังหวัดขอนแก่นและที่อำเภอชนบท ก็มีพระปฏิบัติสายพระอาจารย์มั่น ภูริทตโต ไปอบรมสั่งสอนพุทธศาสนิกชนเป็นไปด้วยดีอย่างยิ่ง ท่านนายอำเภอ บุญมาชัย ได้มีศรัทธา เลื่อมใสพระปฏิบัติอยู่แล้ว เมื่อกำนันจำปา ศิลโรจน์ ได้นำเรื่องตั้งวัดไปปรึกษา จึงได้แนะนำ ให้ยื่นคำร้องขอจับจองที่ดิน เพื่อสร้างวัดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๗๘ ท่านนายอำเภอหา บุญมาชัย กำนันจำปา ศิลโรจน์ ได้ต่อสู้อุปสรรคนานาประการกับฝ่ายไม่เห็นด้วย ท่านก็ไม่ย่อท้อ ด้วยศรัทธาตั้งมั่นจึงสำเร็จเป็นวัดป่าสุวรรณไพโรจน์ตราบเท่าทุกวันนี้

ชื่อวัดป่าสุวรรณไพโรจน์ มาจากนามสกุลของท่านอาจารย์พระมหามา ถามโก (มีสุวรรณ) คือมีคำว่า "สุวรรณ" อยู่ด้วย ส่วนคำว่า "ไพโรจน์" นั้น มาจากนามสกุลของ มหาจำปา ศิลโรจน์ กำนันตำบลหนองบัวใหญ่ผู้ขอจับจองที่ดินให้สร้างวัดและเป็นผู้ริเริ่มสร้าง วัดด้วยเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งคุณงามความดีของท่านทั้งสองจึงตั้งชื่อวัดว่า "วัดป่าสุวรรณไพโรจน์"

เริ่มแรกชาวบ้านหนองบัวใหญ่และใกล้เคียงได้ช่วยกันสละทรัพย์ สิ่งของ ตลอดทั้ง แรงงานช่วยกันสร้างศาลาการเปรียญขึ้น ๑ หลัง กุฎิที่พักสงฆ์ ๓-๔ หลัง วัสดุก่อสร้างนั้น บางท่านมีจิตศรัทธายกบ้านทั้งหลังให้ เพื่อสร้างเป็นกุฎิก็มี ตั้งแต่นั้นมาก็มีพระ-เณร อยู่ประจำมิได้ขาด โดยมีท่านพระอาจารย์สิงห์ ขนตยาคโม เป็นหลักคอยเอาใจใส่ส่งเสริม บางครั้งเมื่อมีโอกาสท่านเดินทางจากวัดป่าสาลวัน นครราชสีมา เพื่อมาอบรม สั่งสอนพระ ภิกษุ-สามเณร ตลอดทั้งอุบาสก อุบาสิกา ที่วัดป่าสุวรรณไพโรจน์ เป็นเวลาหลายเดือน จึง กลับวัดป่าสาลวัน ปี พ.ศ. ๒๔๙๕ พระอาจารย์สิงห์ ขนตยาคโม ได้มอบหมายให้พระทองอยู่ จิตธมฺโม (พระครูวิทิตธรรมวัฒน์ในปัจจุบัน) จัดสร้างอุโบสถขึ้นเพื่อเป็นที่ประกอบสังฆกรรม สำหรับพระภิกษุสงฆ์ โดยท่านพระอาจารย์สิงห์ เป็นประธานวางศิลาฤกษ์ โดยได้รับแรง ศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนชาวบ้านหนองบัวใหญ่ ชาวอำเภอจัตุรัส ประชาชนทั่วไปเป็นอย่างดี ๑๙ ๔

การก่อสร้างได้แล้วเสร็จและได้เฉลิมฉลอง เมื่อปี ๒๕๐๐ ปีกึ่งพุทธกาลพอดี วัดป่าสุวรรณไพโรจน์ ก็พัฒนาจนเจริญรุ่งเรืองสืบมาจนกระทั่ง ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ พระฤทธิ์ ฐานรโต เป็นเจ้าอาวาส วัดป่าสุวรรณไพโรจน์ ได้รับเลือกจากกรมการศาสนาให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างปี ๒๕๒๐ ปี

พ.ศ. ๒๕๓๒ พระสมุห์สงวน รมมธโร เป็นเจ้าอาวาสได้พิจารณาแล้วเห็นว่าอุโบสถที่ สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๙๕ ชำรุดทรุดโทรมอย่างมากไม่สะดวกต่อการประกอบสังฆกรรมของ พระภิกษุสงฆ์ จึงได้ประชุมกันกับชาวบ้าน ตลอดทั้งรับฟังข้อเสนอแนะจากพระเถระชั้นผู้ใหญ่ เห็นสมควรจัดสร้างขึ้นใหม่ในสถานที่เดิมจึงได้สร้างอุโบสถหลังปัจจุบันนี้จนแล้วเสร็จประกอบ พิธีฝังลูกนิมิตเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ และท่านก็ได้ลาสิขาไป เมื่อวัดป่าสุวรรณไพโรจน์ไม่มี เจ้าอาวาส ชาวบ้านจึงได้ไปนิมนต์ พระใบฎีกาศุภชัย สุทธิโก ซึ่งขณะนั้นพักปฏิบัติธรรมอยู่ วัดป่าภูผาสูง อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา มาเป็นเจ้าอาวาสโดยรักษาการอยู่ ๑ ปี จนกระทั่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าสุวรรณไพโรจน์ในปัจจุบัน ได้รับความร่วมมือ สามัคคีจากพระสงฆ์-สามเณร ตลอดทั้งชาวบ้านหนองบัวใหญ่พัฒนาวัด พัฒนาบุคลากรของวัด เพื่อความมั่นคงของพุทธศาสนาสืบไป ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๐ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มี เจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือ ๑. พระอาจารย์สิงห์ ขนุตยาคโม พ.ศ. ๒๔๗๘ ๒. พระอาจารย์ ทองดี พ.ศ. ๒๔๗๘-๒๔๘๐ ๓. พระอาจารย์เพ็ง พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๔๘๓ ๔. พระอาจารย์คลิ้ง พ.ศ. ๒๔๘๓-๒๔๘๔ ๕. พระอาจารย์บุญทัน พ.ศ. ๒๔๘๔-๒๔๘๖ ๖. พระอาจารย์โชติ โชติปัญโญ พ.ศ. ๒๔๘๖-๒๔๙๖ ๗. พระครูวิทิตธรรมวัฒน์ พ.ศ. ๒๔๙๖-๒๕๑๐ ๘. พระโพธิ ญาณมุนี พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๑๔ ๙. พระปรีชา อโนรโส พ.ศ. ๒๕๑๔-๒๕๑๘ ๑๐. พระฤทธิ์ ฐานรโต พ.ศ. ๒๕๑๘-๒๕๒๓ ๑๑. พระสาลี อตุตทโม พ.ศ. ๒๕๒๓-๒๕๒๙ ๑๒. พระสงวน ธมฺมวโร พ.ศ. ๒๕๒๙-๒๕๓๙ ๑๓. พระศุภชัย สุทธิโก พ.ศ. ๒๕๓๙ ถึงปัจจุบัน