วัดสระบัว

วัดสระบัว ตั้งอยู่ที่บ้านจิก หมู่ที่ ๔ ตำบลบ้านแวง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๒๐ ไร่ ๒ งาน ๓ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือ จดที่สาธารณะ ทิศใต้ จดถนนสาธารณะ ทิศตะวันออก จดหนองน้ำสาธารณะ ทิศตะวันตก จดที่ดินนายหรั่น อิงไธสง มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน ๑ แปลง เนื้อที่ ๑๙ ไร่ ๑ งาน ๙๗ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๑๓๕๔๒ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง ๕ เมตร ยาว ๑๒ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๒๒.๙ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กุฏิสงฆ์ ๑ หลัง เป็นอาคารไม้ ศาลาบำเพ็ญกุศล ๑ หลัง เป็นอาคารไม้ ปูชนียวัตถุมี ๑. พระยืนปางพระยาชุมพู เนื้อดีบุกลงรักปิดทอง ๒. พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๒๙ นิ้ว สูง ๔๕ นิ้ว ๓. พระพุทธชินราช (จำลอง) ขนาดหน้าตักกว้าง ๕๒ นิ้ว ๔. พระพุทธวิโมกข์ ๒ องค์ ขนาดหน้าตักกว้าง ๒๙ นิ้ว สูง ๔๒ นิ้ว ๑ องค์ ขนาดหน้าตักกว้าง ๑๙ นิ้ว สูง ๒๗ นิ้ว ๑ องค์ ๕. พระพุทธรูปปางมารวิชัย ทำด้วยไม้ จำนวน ๕ องค์

วัดสระบัว ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๒๗๙ เดิมชื่อ วัดแห่งอุทยานบ้านจิกใหญ่ ส่วนผู้ตั้งวัดไม่ทราบ ในสมัยพระอาจารย์เทศน์ไม่ทราบฉายาเป็นเจ้าอาวาสวัดนั้นได้ชักชวนพ่อพรม หงษา มรรคทายก คนปัจจุบันได้ไปถามพ่อใหญ่แดงคนในบ้านจิกว่าวัดแต่ก่อนชื่อว่าวัดอะไรสร้าง พ.ศ. เท่าไรเมื่อทราบแล้วพระอาจารย์เทศน์ก็หาไม้มาแกะสลักเป็นตัวหนังสือว่าอุทยานบ้านจิกใหญ่ พ.ศ. ๒๒๗๙ ปักป้ายทำเป็นซุ้มประตูทางเข้าวัดทิศใต้ และทิศเหนือ พ่อพรม หงษา สมัยนั้น อายุ ๙ ปี และยังมีอีกหลายคนที่เป็นพยานหลวงศิริ (หลอย) เป็นเด็กวัดที่ได้ยืนดูการแกะสลักศาลาการเปรียญหลังแรกอยู่ทางด้านทิศใต้ ติดกับสวนนายหรั่น อิงไธสง ต่อมาได้ย้ายมาสร้างทางทิศเหนือ เป็นทรงไทยมุงสังกะสีพื้นไม้ชั้นเดียวประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๙ ต่อมาได้ซ่อมแซมบูรณะใหม่เปลี่ยนเสาปูนทรงไทยเหมือนเดิมมุงสังกะสีพื้นไม้ชั้นเดียว ประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๖ สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔ สิ้นงบประมาณ ๗๖๐,๓๕๒.๕๐ บาท กุฏิหลังแรกเป็นทรงไทยมี ๔ มุข ต่อมาได้สร้างใหม่ พ.ศ. ๒๕๐๘ พื้นไม้จนถึงปัจจุบัน สิ้นงบประมาณ ๙๖๗,๔๕๓.๗๕ บาท อุโบสถหลังแรกสร้างอยู่ที่ทิศตะวันตกที่สร้างห้องน้ำในปัจจุบัน ต่อมาได้ย้ายมาสร้างในทิศตะวันออกในที่ปัจจุบันมุงด้วยหญ้าต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้บูรณะใหม่ เปลี่ยนเสาใหม่มุงสังกะสีต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๓๓ วันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้บูรณะใหม่กว้าง ๕ เมตร ยาว ๑๒ เมตร เสาปูนเสริมเหล็กโครงหลังคาปูนเสริมเหล็ก มุงกระเบื้อง ผนังก่ออิฐถือปูนทรงไทยภาคกลางมีช่อฟ้าใบระกา สิ้นงบประมาณ ๓,๐๐,๐๐๐ บาท ห้องน้ำ - ห้องสุขา ๑๖ ห้อง สิ้นงบประมาณ ๘๗,๔๕๓.๕๐ บาท ฌาปนสถาน (เมรุ) มีแต่เตาเผา ราคา ๗๐,๐๐๐ บาท หอกระจายข่าวเสียงธรรมะ สูง ๑๒ เมตร ราคา ๔,๒๐๐ บาท การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระอธิการหนู ปญฺญาธโร พ.ศ. ๒๒๗๙ รูปที่ ๒ พระอธิการพรมมา เตชธมฺโม พ.ศ. ๒๓๐๙ ถึง พ.ศ. ๒๓๓๖ รูปที่ ๓ พระอธิการง้าว ญาณธโร พ.ศ. ๒๓๘๖ รูปที่ ๔ อาจารย์เพ็ง รูปที่ ๕ พระครูบรรหารกัลยานุวัตร พ.ศ. ๒๔๔๘-๒๔๕๓ รูปที่ ๖ พระอาจารย์เทศน์ พ.ศ. ๒๔๕๘ ถึง พ.ศ. ๒๔๗๓ รูปที่ ๗ พระอาจารย์ทัศน์ พ.ศ. ๒๔๘๓ ถึง พ.ศ. ๒๕๗ รูปที่ ๘ พระอธิการสอน พ.ศ. ๒๔๘๘ ถึง พ.ศ. ๒๔๙๐ รูปที่ ๙ พระอธิการโน สาสนปโชโต พ.ศ. ๒๔๙๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๒ รูปที่ ๑๐ พระอธิการสอน ทินโนภาโส พ.ศ. ๒๕๒๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๖ รูปที่ ๑๑ พระครูปทุมสราภรณ์ พ.ศ. ๒๕๒๕ ถึง พ.ศ. ปัจจุบัน