วัดทักษิณ

วัดทักษิณ ตั้งอยู่เลขที่ ๒๐๘ บ้านโสก ถนนชัยภูมิ หมู่ที่ ๒ ตำบลบ้านโสก อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๘ ไร่ ๑ งาน ๙๑ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๒๐๖๓๘ อาณาเขต ทิศเหนือ จดทางสาธารณประโยชน์ ทิศใต้ จดทางสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันออก จดทางสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันตก จดทางสาธารณประโยชน์ มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน ๑ แปลง เนื้อที่ ๙ ไร่ ๒ งาน ๙๐ ตารางวา น.ส. ๓ เลขที่ ๑๕๐๗ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๓๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๖ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญ กว้าง ๒๒ เมตร ยาว ๓๘ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กุฏิสงฆ์จำนวน ๒ หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ทั้ง ๒ หลัง หอสวดมนต์ กว้าง ๙ เมตร ยาว ๑๕ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง ๕ เมตร ยาว ๑๒ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นอาคารไม้ ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน ๑ หลัง สร้างด้วยไม้ นอกจากนี้มี หอระมัง ๑ หลัง ปูชนียวัตถุมี พระประธานในอุโบสถ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๖ และศาลหลวงปู่พัน ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน

วัดทักษิณ ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๓ แต่เดิมนั้นเป็นที่พักสงฆ์เล็กๆ ตั้งอยู่ทางด้าน ทิศตะวันออกของหมู่บ้าน โดยมีหลวงพ่อยาคูคำ ถาวโร เป็นผู้ก่อตั้งวัด เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๒๑ แต่เดิมนั้นเรียกว่า วัดบ้านโสก สาเหตุที่เรียกว่าบ้านโสกนั้น เนื่องจากเมื่อเวลา ฝนตกมีน้ำไหลลงมาจากภูเขาแลนคา ไหลผ่านลงมาหลายหมู่บ้านจนถึงลำน้ำก่ำ และลำชี จนเกิดดินถล่มลงเป็นหนองเป็นบึง จนถึงทางด้านทิศเหนือของหมู่บ้าน จึงได้ขนานนามว่า บ้านโสก ต่อมาชาวบ้านเห็นว่าที่ตรงนั้นไม่เหมาะการตั้งวัด จึงได้ย้ายมาตั้งอยู่ระหว่าง กลางของหมู่บ้าน ข้างวัดนั้นมีหนองน้ำขนาดใหญ่ จึงเรียกหนองนั้นว่า หนองคูคำ (หนองคูปัจจุบัน) เมื่อหลวงพ่อยาดูคำ มรณะภาพ ก็มีพระอาจารย์พัน เป็นเจ้าอาวาสแทน ได้พัฒนาวัด สร้างวัดจนเป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านเป็นอย่างมาก พร้อมกันนั้นยังเล่าว่า หลวงพ่อพันนั้น เป็นผู้มีวิทยาคมแก่กล้าสามารถ ขจัดปัดเป่าภัยพิบัติแก่ชาวบ้านได้ เมื่อ ท่านได้มรณะภาพแล้วชาวบ้านจึงได้ทำอนุสรณ์โดยการใช้เสาไม้แก่นเอากระดูกเก็บไว้ด้านใน ตั้งแต่ พ.ศ. ใดนั้นไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แต่ปัจจุบันนี้ได้สร้างศาลเจ้าหลวงปู่พันขึ้นใหม่ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก เมื่อสิ้นบุญหลวงปู่พันแล้วนั้นก็มีพระเจ้าอาวาสมาหลายองค์ แต่ไม่ทราบประวัติแน่ชัด มาจนถึงประมาณ พ.ศ. ๒๔๐๓ ชาวบ้านพร้อมด้วยคณะสงฆ์ ได้ขอ อนุาตตั้งวัดให้สมบูรณ์และถูกต้องตามกฎหมาย จนได้ขนานนามว่า วัดทักษิณ มาจนถึง ปัจจุบัน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๓๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือ ๑. พระชุม พ.ศ. ๒๔๗๐-๒๔๘๐ ๒. พระกง พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๔๘๓ ๓. พระผ่อน พ.ศ. ๒๔๘๓-๒๔๘๕ ๔. พระกองสิน พ.ศ. ๒๔๘๕-๒๔๘๖ ๕. พระเหรียญทอง สุวณฺโณ พ.ศ. ๒๔๘๘-๒๔๙๓ ๖. พระสุตทะ จนฺทโชโต พ.ศ. ๒็๙๓-๒๕๐๓ ๗. พระมหาสงบชัย พ.ศ. ๒๕๐๓-๒๕๐๖ ๘. พระครูอโศกธรรมนิเทศก์ พ.ศ. ๒๕๐๖-๒๕๑๙ ๙. พระอธิการแจ้ง ปสนุโน พ.ศ. ๒๕๑๙- ๒๕๒๕ ๑๐. พระครูเกษมบุญสิริ พ.ศ. ๒๕๒๕ ถึงปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม

แผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๖ และศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เปิดสอน เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ นอกจากนี้ มีห้องสมุด หน่วย อ.ป.ต. และ ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพแม่บ้าน ประจำตำบลด้วย