วัดบึงมีทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ดังนี้
๑. ที่ดินที่ตั้งวัดจำนวน ๑๖ ไร่ ๖๘ ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ ๗ หน้าที่ ๙๔ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
๒. ที่ดินจัดเก็บผลประโยชน์ วัดได้สร้างอาคารพาณิชย์ในที่ดินของวัดให้เอกชนเช่า ประกอบด้วยธุรกิจการค้า ดังนี้
๒.๑ ด้านติดถนนจอมพล ๒๘ คูหา
๒.๒ ด้านติดถนนมหาดไทย ๒๒ คูหา
๒.๓ ด้านติดถนนวัชรสฤษฎี ๕๙ คูหา
๓. ที่ธรณีสงฆ์ วัดมีที่ธรณีสงฆ์อยู่ที่ถนนโพธิ์กลาง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ได้สร้างอาคารพาณิชย์ จำนวน ๕ คูหา
อาคารเสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถของวัดสร้างเป็นทรงเรือสำเภา สร้างด้วยการ ก่ออิฐถือปูนหลังคามุงกระเบื้อง รอบหลังคาประดับด้วยกระดิ่งใบโพธิ์ใหญ่น้อย สร้างเป็น ทรงเรือสำเภา เรียกตามภาษาช่างว่าโค้งปากตะเภา ศาลาการเปรียญจำนวน ๑ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กุฏิสงฆ์จำนวน ๖ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กและไม้ โรงเรียนพระปริยัติธรรมจำนวน ๑ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ลักษณะทรงไทยแท้ สูง ๒ ชั้น กว้าง ๑๑ เมตร ยาว ๔๑.๗๐ เมตร หอสมุดจำนวน ๑ หลัง สร้าง ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก มีลักษณะทรงไทยประยุกต์ สูง ๑ ชั้น กว้าง ๕๐ เมตร ยาว ๑๓.๔๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ หอระฆังจำนวน ๑ หลัง สร้างด้วยคอนกรีต เสริมเหล็ก ทรงบุษบก ๒ ชั้น ขนาดกว้างยาว ๕ เมตร สูง ๑๕ เมตร ติดกระจังสูง ๕ ชั้น เอวขันบกและล่างฉาบเป็นบัวคว่ำบัวหงาย หลังคามุงกระเบื้อง สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ ตั้งชื่อว่า หอระฆังจาตุรงคกุล ซุ้มประตูจำนวน ๓ ซุ้ม สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก และกำแพงรอบวัดจำนวน ๒ ด้าน สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก
ปูชนียวัตถุที่สำคัญ มีพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างสมัยอู่ทอง มีขนาดหน้าตัก กว้าง ๕ ศอก ประดิษฐานเป็นพระประธานในอุโบสถ พระพุทธรูปปางห้ามสมุทรสร้าง สมัยลพบุรี ประดิษฐานรอบองค์พระประธาน มีจำนวน ๖ องค์ สูงประมาณ ๖๒ นิ้ว พระพุทธรูปปางนาคปรก สร้างเมื่อสมัยลพบุรี มีขนาดหน้าตักกว้าง ๑๙ นิ้ว สูง ๓ ฟุต ๙ นิ้ว ประดิษฐานอยู่หน้าองค์พระประธาน ตู้พระธรรม สร้างขึ้นพร้อมกับการตั้งวัด ประมาณ ๓๐๐ ปี จำนวน ๕ ตู้ สำหรับเก็บพระไตรปิฎกภาษาขอม และเจดีย์ สร้าง ประมาณ ๓๐๐ ปี สำหรับบรรจุอัฐิอดีตเจ้าอาวาส
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
วัดบึง เป็นสำนักศาสนศึกษาตัวอย่างของกรมการศาสนาได้จัดให้มีการศึกษา พระปริยัติธรรมแผนกธรรม-แผนกบาลี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๕๑ จนถึงปัจจุบันและเป็น สำนักศาสนศึกษาพระปริยัติธรรมดีเด่นจากกรมการศาสนา ได้ตั้งศูนย์ศึกษาพระพุทธ ศาสนาวันอาทิตย์เพื่อส่งเสริมการศึกษาวิชาการทางพระพุทธศาสนาแก่เยาวชนของชาติ
วัดบึงเป็นสำนักปฏิบัติธรรมและบำเพ็ญกุศล มีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากมา ไหว้พระสวดมนต์ฟังธรรมและปฏิบัติธรรมเป็นประจำทุกวัน เป็นสถานที่บำเพ็ญกุศลทั่วไป ของส่วนราชการทั้งทหารและตำรวจ เพราะตั้งอยู่ใกล้กับศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา และค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ ๒ และเป็นสำนักงานของทางการคณะสงฆ์
การบริหารและการปกครอง
วัดบึงได้แบ่งการปกครองออกเป็น ๔ คณะ มีเจ้าคณะเป็นผู้ปกครองโดยแบ่ง ตามกุฏิ คือ ๑ กุฏิมงคลธรรม ๒ กุฏิพรหมจรรยา ๓ กุฏิที่ปังกร ๔ กุฏิธรรมวิจารณ์ พระภิกษุสามเณรต้องยึดถือพระธรรมวินัย กฎระเบียบ คำสั่งมหาเถรสมาคมเป็นหลักใน การปฏิบัติ โดยขึ้นตรงต่อเจ้าอาวาส เพื่อปกครองภิกษุสามเณรให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
เจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม มีดังนี้
๑. พระวินัยธรรมนิล พ.ศ. ๒๓๒๐-๒๓๕๐
๒. พระวินัยธรรมมี พ.ศ. ๒๓๕๐-๒๔๐๐
๓. พระวินัยธรรมฉิม พ.ศ. ๒๔๐๐-๒๔๔๕
๔. พระอธิการปุ๊ก พ.ศ. ๒๔๔๕-๒๔๖๕
๕. พระวินัยธรรมหว่าง พ.ศ. ๒๔๖๕-๒๔๘๒
๖. พระมงคลสีหราชมุนี พ.ศ. ๒๔๘๒-๒๕๐๙
๗. พระประทุมญาณมุนี พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๓๔
๘. พระกิตติรามมุนี พ.ศ. ๒๕๓๕-ปัจจุบัน