วัดพระธาตุพนม

วัดพระธาตุพนม ตั้งอยู่เลขที่ ๑๘๓ ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๖๐ ไร่ ๓ งาน ๔๒ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๑๓๒ อาณาเขต ทิศเหนือจดที่มีการครอบครอง ทิศใต้จดที่มีการครอบครอง ทิศตะวันออกจดถนนพนมพนารักษ์ ทิศตะวันตกจดทางสาธารณะ มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน ๓ แปลง เนื้อที่ ๙๓ ไร่ ๓ งาน ๙๖ ตารางวา โฉนดที่ดิน เลขที่ ๑๓๑, ๑๓๓, ๑๘๓ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง ๕.๕๐ เมตร ยาว ๑๘.๖๐ เมตร วิหารหอพระแก้ว ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๘.๕๐ เมตร ยาว ๒๔

เมตร และกุฎิสงฆ์ ปูชนียวิcut มีพระธาตุพนม

วัดพระธาตุพนม ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๐๐๐ เป็นที่ตั้งองค์เจดีย์พระธาตุพนม อันเป็นเจดีย์ที่ บรรจุพระบรมสาริริกธาตุส่วนพระอุระของพระพุทธเจ้า เป็นเจดีย์คู่บ้านคู่เมือง มีอายุเก่าแก่ มากประมาณสองพันห้าร้อยกว่าปี สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธา วิริยะ อุตสาหะ และสติปัญญาของ บรรพชนในสมัยแคว้นศรีโคตบูรยังรุ่งเรื่องอยู่ ในตำนานอุรังคนิทานซึ่งเป็นตำนานพระธาตุพ นมกล่าวว่า พระธาตุพนมสร้างครั้งแรกในราว พ.ศ. ๕๐๐ โดยเจ้าพญาทั้ง ๕ อันมีพญาจุลณี พรหมทัต พญาอินทปัตถนคร พญานันทเสน พญาคำแดง และพญาสุวรรณภิงคาร ตลอดจน พระอรหันต์ ๕๐๐ อันมีพระมหากัสสปเถระเป็นประธาน ต่อมาเจ้าผู้ครองมรุกขนครองค์ที่ ๒ คือ พญาสุมิตรธรรมวงศาได้จัดคนมาถากถางบริเวณภูกำพร้า สร้างกำแพงด้วยศิลาแลงโดยรอบ และในระหว่าง พ.ศ. ๒๐๗๓ -๒๑๕๗ ก็ได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติม เช่นสร้างวิหาร บูรณะ กำแพงเป็นต้นเรื่อยมาจน พ.ศ. ๒๒๓๓ เจ้าราชครูหลวงสะเม็ก ได้มาบูรณะวัดพระธาตุพนม โดยซ่อมแซมองค์เจดีย์ ต่อยอดองค์เจดีย์ด้วยโลหะเปียกและทองแดงหล่อ สูง ๔๗ เมตร และได้มีการบูรณะศาลาโรงธรรม สร้างพระอุโบสถ กุฏิ วิหาร จนถึงสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ครรภ์ของก์และต่อยอดขึ้นมาอีก 6 เมตร จนรูปร่าง 6 เมตร ต่อจากนั้นก็เรื่อยมา จนตกมา พ.ศ. ๒๕๑๘ พระเจดีย์ธาตุพนมองค์เดิมได้ล้มพังลงทั้งองค์ พระเจดีย์องค์เดิมได้ สร้างครอบฐานพระเจดีย์องค์เดิม ซึ่งยังเหลืออยู่สูงประมาณ ๖ เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริม เหล็กข้างในกลวง มีคานยึด ๕ แห่ง มีกรุสำหรับบรรจุพระอุรังคธาตุ ๑ กรุ และกรุที่บรรจุสิ่งอื่น และของมีค่าต่างๆ ดังนั้นจึงได้มีการสร้างพระเจดีย์องค์ใหม่ โดยสร้างในที่เดิม รูปทรง ๔ เหลี่ยมเหมือนเดิม สูงจากระดับพื้นดิน ๕.๖๐ เมตร ฐานกว้างด้านละ ๑๒.๓๓ เมตร ทำด้วย คอนกรีตเสริมเหล็ก ได้เริ่มสร้างตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๙ แล้วเสร็จ พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยทำพิธีลง รากฝังเข็มเป็นปฐมฤกษ์ ตั้งแต่วันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ และในวันที่ ๒๑ -๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ รัฐบาลได้จัดพระราชพิธียกฉัตรและบรรจุพระอุรังคธาตุในวันที่ ๒ ของ งาน สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก (วาสน์ วาสนมหาเถร) ทรงเป็นประธานยก ฉัตรพระธาตุ ในวันที่ ๓ ของงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระ บรมราชินีนาถ เสด็จมาทรงบรรจุพระอุรังคธาตุ องค์พระธาตุพนมนี้เป็นที่เคารพสักการะบูชา ของเมืองไทยองค์หนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงมากจวบจนกระทั่งปัจจุบันนี้ และในอนาคตข้างหน้าต่อไป วัดพระธาตุพนมได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๐๐ การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนามคือ รูปที่ ๑ พระครูพรหมา พ.ศ. ๒๓๙ -๒๔๑๐ รูปที่ ๒ พระ ครูพรหม พ.ศ. ๒๔๑๐ -๒๔๒ รูปที่ ๓ พระครูก่ำ พ.ศ. ๒๔๒๕ -๒๔๓๐ รูปที่ ๔ พระครูฮุบ พ.ศ. ๒๔๓๐ - ๒๔๓๘ รูปที่ ๕ พระครูฑา พ.ศ. ๒๔๓๘ - ๒๔๕๘ รูปที่ ๖ พระครูศิลาภิรัต พ.ศ. ๒๔๕๘ -๒๔๗๙ รูปที่ ๗ พระเทพรัตนโมลี (แก้ว อุทุมมาลา) การศึกษา มีโรงเรียนพระ ปริยัติธรรมแผนกธรรมและบาลี และโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ