วัดป่าวิเวก
วัดป่าวิเวก ตั้งอยู่เลขที่ ๒๒๙ หมู่ที่ ด ตำบลม่วงสามสิบ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๕ ไร่ อาณาเขต ทิศเหนือประมาณ ๕ เส้น จดป่าไม้ ทิศใต้ประมาณ ๕ เส้น จดป่าไม้ ทิศตะวันออกประมาณ ๓ เส้น จดป่าไม้ ทิศตะวันตกประมาณ ๓ เส้น
จดป่าไม้ อาคารเสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถ กว้าง ๓๐ เมตร ยาว ๓๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นอาคารแบบจตุรมุข คอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคากระเบื้องเคลือบดินเผา ด้านในมีจิตรกรรมฝาผนัง ศาลาการเปรียญ กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๕๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นอาคารสร้างด้วยคอนกรีต เสริมเหล็ก ฝาผนังก่ออิฐถือปูน กุฏิสงฆ์ จำนวน ๓๐ หลัง เป็นอาคารไม้ ๒๕ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๑ หลัง และตึก ๔ หลัง ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๖ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาทรงไทย อาคารของพระเถระ เป็นอาคารชั้นเดียว ขนาด ๖ x ๑๔ เมตร ผนังก่ออิฐถือปูน สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๙ อาคารห้องสมุด ขนาด ๖ x ๑๐ เมตร เป็น อาคารชั้นเดียวทรงไทย ผนังก่ออิฐถือปูน สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๙ อาคารรับรอง ขนาด ๖ x ๑๘ เมตร เป็นอาคารคอนกรีต ผนังก่ออิฐถือปูน สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐ ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน ๑ หลัง เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว อาคารโรงครัวชั้นเดียว กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๕ เมตร พื้นคอนกรีต โรงย้อมผ้า ขนาด ๙ x ๑๒ เมตร พื้นคอนกรีต หลังคาสังกะสี ปูชนียวัตถุ มีประธานปางมารวิชัยแบบพระพุทธชินราช ลงรักปิดทองขนาดหน้าตัก กว้าง ๑.๘๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔ พระพุทธรูปประจำศาลาการเปรียญ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตัก ๑.๕๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ พระพุทธรูป "พระพุทธศรีโพธิญาณ" (หลวงพ่อโต) ปางสมาธิ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ขนาดหน้าตัก ๐.๖๕ เมตร สูง ๑๓ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ เจดีย์พระธาตุพนมจำลอง ฐานวัดโดยรอบ กว้าง ๖.๐๙ เมตร สูง ๓ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๐ นอกจากนี้มีโบราณวัตถุ คือ ใบเสมาแลงโบราณมีอายุประมาณ ๑,๐๐๐ ปี ปักเขตวิสุงคามสีมา จำนวน ๗ ใบ และปักเขตรอบศาลาการเปรียญ จำนวน ๙ ใบ กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นวัตถุโบราณ ไว้แล้ว และใบเสมาศิลาภูเขาพัทธสีมาสลักเป็นรูปดอกบัว ๕ อดก ใบบัว ๔ ใบ
วัดป่าวิเวก ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๙ ชื่อที่ชาวบ้านเรียก คือ วัดป่าวิเวกธรรมชาน์ วัดนี้ได้สร้างขึ้น เนื่องจากชาวอำเภอม่วงสามสิบได้ยินกิตติศัพท์ในการประพฤติปฏิบัติธรรมและจริยวัตถุอันงดงาม ของหลวงพ่อชา สุภทโท (พระโพธิญาณเถระ) วัดหนองป่านง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี จึงพากันไปนมัสการฟังธรรมรักษาศีลภาวนาเป็นประจำเห็นประโยชน์ของการปฏิบัติธรรม หลายปี ต่อมา จึงพากันจัดหาที่พักพอจะตั้งสำนักปฏิบัติได้ อันจะเป็นประโยชน์ต่อลูกหลาน ครั้นวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๑๓ จึงได้นิมนต์หลวงพ่อชา พระมหาอมร (พระมงคลกิตติธาดา) และอาจารย์สุเมโธ (พระสุเมธาจารย์) มารับไทยธรรม จัดที่พักรับรองในป่าแห่งนี้ และขอให้ท่านรับไว้เป็นสำนักสาขา พากันปลูกกระท่อม (บรรณศาลา) ไว้ ๕ หลัง, หลวงพ่อชาท่านรับไว้พิจารณาและในวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๑๓ ท่านได้ส่งพระมหาอมร เขมจิตฺโต พร้อมด้วยพระภิกษุสามเณร จำนวน ๑๑ รูป มาอยู่จำพรรษา ในปีแรก จัดเป็นสาขาที่ ๗ ให้ชื่อว่า "วัดป่าวิเวกธรรมชาน์" ด้วยแรงศรัทธาของพระพุทธศาสนิกชน จึงได้มีการจัดสร้างเสนาะสนะที่ถาวรขึ้นเป็นลำดับ ได้รับการอุปถัมภ์จากนายบุญทัน จันทร์ประสาน และคณะ และมีนายประศาสน์ ศ.พากเพียร นายอำเภอม่วงสามสิบ สมัยนั้นให้การสนับสนุน ต่อมา ทายกหายิกาได้มอบให้นายวีระ หินแก้ว เป็นผู้ดำเนินการขออนุญาตสร้างวัด ในปี๒๕๒๕ และได้รับ อนุญาตสร้างวัดจากกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน๒๕๒๙ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๙ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๓๐ เมตร ยาว ๔๔ เมตร การบริหาร
และการปกครอง มีเจ้าอาวาส คือ รูปที่ ๑ พระมงคลกิตติธาดา (อมร เขมจิตโต) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๙ ถึงปัจจุบัน การศึกษามีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕