วัดมหาวนาราม
วัดมหาวนาราม ตั้งอยู่เลขที่ ๓๗๐ ถนนหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๘ ไร่ ๒ งาน ๙๕ ตารางวา
๑อ ตารางวา โฉนด ที่ดินเลขที่ ๑๙๔๓ อาณาเขต ทิศเหนือ จดที่เอกชน และถนนสรรพสิทธิ์ ทิศใต้ จดที่เอกชน และ ทางสาธารณะ ทิศตะวันออก จดที่เอกชน และทางสาธารณะ ทิศตะวันตก จดถนนหลวง อาคาร เสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถ กว้าง ๙ เมตร ยาว ๑๕ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ หอสวดมนต์ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๗ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ กุฏิสงฆ์ จำนวน ๑๖ หลัง เป็นอาคารไม้ ๔ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๕ หลัง และตึก ๗ หลัง วิหาร กว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๒๖ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๒ ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๓๒ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๔ และศาลาบำเพ็ญกุศล ปูชนียวัตถุมีพระพุทธรูปมีนามว่า พระเจ้าใหญ่อินแปลง ขนาดหน้าตักกว้าง ๓ เมตร สูง ๕ เมตร สร้างด้วยอิฐถือปูนลงรักปิดทอง
วัดมหาวนาราม ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๒ พระปทุมราชสุริยวงศ์ ได้สร้างวัดหลวงขึ้นเป็นวัด แรกของเมืองอุบลราชธานี ต่อมาพระที่มาอยู่จำพรรษาต้องการหาสถานที่เหมาะแก่การวิปัสสนา
จึงได้ไปตั้งที่พักสงฆ์แห่งใหม่ ในสมัยของพระพรหมวรราชสุริยวงศ์ เจ้าเมืององค์ที่ ๒ ได้ยกขึ้น เป็นวัดเรียกว่า วัดป่าหลวงมณีโชติศรีสวัสดี ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดมหาวัน แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดป่าใหญ่ ในปี พ.ศ. ๒๔๘๘ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดมหาวนาราม ได้รับพระราชทานยกฐานะวัดเป็น พระอารามหลวง เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระมหาราชครูศรีสัทธรรมวงศา รูปที่ ๒ พระหงส์ รูปที่ ๓ พระสังวาลย์ รูปที่ ๔ พระโสม รูปที่ ๕ พระพวง รูปที่ ๖ พระทอง รูปที่ ๗ พระครูเคน รูปที่ ๘ พระครูนวกรรมโกวิท พ.ศ. ๒๔๘๕-๒๕๒๘ รูปที่ ๙ พระกิตติญาณโสภณ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๙ เป็นต้นมา การศึกษามีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกบาลี เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๖ และมหาวิทยาลัยสงฆ์ มหา- จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้รับพระราชทานยก ฐานะวัดเป็น พระอารามหลวง เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๑