วัดบึงพระลานชัย

วัดบึงพระลานชัย ตั้งอยู่เลขที่ ๑๑๖ ถนนประชาธรรมรักษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ไร่ ๓๑๐ ตารางวา โฉนดที่ดิน เลขที่ ๑๐๙๓ อาณาเขต ทิศเหนือประมาณ ๔ เส้น ๕ วา จดที่เอกชน ทิศใต้ประมาณ ๓ เส้น ๑ วา จดถนนทองทวี ทิศตะวันออกประมาณ ๑ เส้น ๑๕ วา จดถนนสุนทรเทพ ทิศตะวันตกประมาณ ๑ เส้น ๒๑ วา จดถนนประชาธรรมรักษ์ มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน ๗ แปลง เนื้อที่ ๕๓ ไร่ ๘ งาน ๒๘๗.๑ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๑๐๙๔, ๑๐๙๕, ๑๘๑๔ อาคารเสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถ กว้าง

๑๒ เมตร ยาว ๓๒๓๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๙ ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๓๕ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ กุฏิสงฆ์จำนวน ๑๑ หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ๖ หลัง และตึก ๕ หลัง และศาลาอเนกประสงค์ กว้าง ๙ เมตร ยาว ๔๕ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็นอาคารลักษณะทรงไทย ปูชนียวัตถุมี ๑. พระชินสีห์ศากายมุนี พระประธานประดิษฐานในพระอุโบสถ หล่อด้วยทองเหลือง หน้าตักกว้าง ๑๒๗ เมตร สูง ๑.๗๕ เมตร พร้อมด้วย พระอัครสาวกซ้าย - ขวา (พระโมคคัลลา - พระสารีบุตร) ยืนหล่อด้วยทองเหลือง สูง ๑.๕๐ เมตร ๒. พระพุทธชินราช ประดิษฐานในพระอุโบสถ หล่อด้วยทองเหลือง หน้าตักกว้าง ๖๙ นิ้ว สูง ๑๐๗ นิ้ว พร้อมด้วย พระอัครสาวกซ้าย - ขวา ดร. ปรีดี เกษมทรัพย์ และครอบครัว พร้อมด้วยญาติมิตร สร้างถวายเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ ๓. พระสัมมาสัมพุทธมุนี ประดิษฐานที่ศาลาอเนกประสงค์ หน้าตักกว้าง ๘๐ ซม สูง ๑ เมตร ๔. พระพุทธงคลมิ่งเมือง ประดิษฐานที่โชติวันวิหาร ๕. พระบรมสารีริกธาตุ พระธรรมไตรโลกาจารย์ เจ้าคณะภาค ๙ (ธ) พร้อมด้วยพระสงฆ์ ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นิสิตนักศึกษา นักเรียน จังหวัดหนองคาย อุดรธานี กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม อัญเชิญมาประดิษฐาน เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ ๖. พระอุโบสถ ได้เริ่มสร้าง เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๕ เสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๘ บูรณปฏิสังขรณ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๘๖ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๐๗ ได้บูรณปฏิสังขรณ์อีกครั้งที่ ๒ ครั้นเมื่อปี ๒๕๒๘ เห็นว่าพระอุโบสถได้ชำรุดทรุดโทรมลงมากจึงได้รื้อพระอุโบสถหลังเก่าออกหมด และดำเนินการก่อสร้าง พระอุโบสถหลังใหม่ขึ้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้าง อยู่ยังไม่แล้วเสร็จ. หอพระไตรมิ่งเมือง เป็นสมบัติคู่บ้านคู่เมือง เป็นศูนย์รวมของสรรพสิ่งมิ่งมงคล เป็นอาคาร ๔ ชั้น ทรงไทย ชั้นที่ ๑. หม้อน้ำพระพุทธมนต์ ชั้นที่ ๒. รอยพระพุทธบาทจำลอง ชั้นที่ ๓. พระชัยมงคล ๙ องค์ ประกอบด้วยพระชัยมงคลทองคำ พระชัยมงคลทองนาค พระชัยมงคลสัมฤทธิ์ พระชัยมงคลเงิน พระชัยมงคลงาช้าง พระชัยมงคลนอแรด พระชัยมงคลหยก พระชัยมงคลแก้ว พระชัยมงคลแก่นจันทร์ ชั้นที่ ๔. พระไตรปิฎก พระแก้วมรกต พระบรมสารีริกธาตุ

วัดบึงพระลานชัย เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด เลขที่ ๑๑๖ ถนนประชาธรรมรักษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดการปกครองคณะสงฆ์ธรรมยุต มีที่ดินที่ตั้งวัดเนื้อที่ ๙ ไร่ - งาน ๘๓ ๙ ตารางวา เป็นวัดเก่าแก่โบราณรกร้างว่างเปล่ามาหลายร้อยปี มีสิ่งก่อสร้างปรักหักพัง มีศิลาแลง มีใบเสมา มีสระชัยมงคล เป็นสระน้ำเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวร้อยเอ็ด มีเสาหอไตรกลางสระชัยมงคล เป็นปกติของชาวไทย ชาวพุทธ เมื่อสร้างบ้านสร้างเมืองขึ้นมาแล้วจะต้องสร้างวัดหรือยกวัดร้างขึ้นเป็นวัดที่มีพระสงฆ์ฟื้นฟูบูรณะวัดเก่าแกโบราณขึ้นมา เพื่อเป็นศูนย์กลางของชุมชน หรือที่ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา เพราะมีคติประจำใจอยู่ว่า "ชาติเหมือนกาย ศาสนาเหมือนใจ หรือชาวพุทธต้องมีเรือนกายเรือนใจ" เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๐ หลวงสงกรานต์วิศิษฐ์ โดยการสนับสนุนของพระยาขัติยะวงษา (เภา ธนสีลังกูร) ได้นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน และผู้ต้องขังช่วยกันถากถางป่า บุกเบิก ฟื้นฟู บูรณะวัดเก่าแก่โบราณรกร้างมานานขึ้นเป็นวัดอีกครั้งหนึ่ง และให้ชื่อว่า "วัดบึงพระลานชัย" เพราะถือ บริเวณนี้ ๑. เป็น

วัดโบราณ ถือเป็นสถานศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านชาวเมือง ๒. อยู่ใกล้ชิดติดกับบึงพลาญชัย ๓. เป็น เนินสูง เป็นลานสวยงาม ๔. เป็นที่ประกอบพิธีกรรมฉลองชัยชนะจากการรบทัพจับศึกของเจ้าบ้าน เจ้าเมืองสมัยโบราณ ต่อมาก็ได้รับการสนับสนุนอุปถัมภ์จากพระยาขัติยะวงษา เอกาธิสตานันท์ (เหลา ณ ร้อยเอ็ด) และเจ้าเมือง ผู้ว่าราชการเมือง และข้าหลวงบริเวณเมืองมาโดยตลอด ได้อาราธนา พระครูเอกุตตรสตาธิคุณ จากอำเภอธวัชบุรี มาเป็นเจ้าอาวาส เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๖ ทางราชการได้จัดตั้ง กรมทหารม้าขึ้นที่มณฑลร้อยเอ็ด ทางราชการจึงได้อาราธนา พระครูเอกุตตรสตาธิคุณ เจ้าอาวาส วัดบึงพระลานชัย เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด ไปอยู่วัดสระทองมหาเสวกโทพระยารณชัยชาญยุทธ- สมุหเทศาภิบาล ผู้ว่าการมณฑลร้อยเอ็ดได้ไปอาราธนา พระครูวินัยธรหล้า จากวัดบวรนิเวศวิหาร จังหวัดพระนครเป็นเจ้าอาวาสแทน พ.ศ. ๒๔๖๔ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา จึงเริ่มสร้างอุโบสถเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๕ แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๘ ได้รับอุปถัมภ์จากมหาเสวกโท พระยารณชัยชาญยุทธ- สมุหเทศาภิบาล ผู้ว่าการมณฑลร้อยเอ็ด มหาอำมาตย์ตรีพระยาสุริเดชวิเศษฤทธิ์ทศวิชัย และมหาอำมาตย์ โทพระยาแก้วโกรพ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ต่อมาพระครูวินัยธรหล้า ลาสิกขาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ พอถึง พ.ศ. ๒๔๗๐ พระครูเอกุตตรสตาธิคุณ (โมง) เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด และอำมาตย์เอก พระยาสุนทรเทพกิจจารักษ์ จึงได้อาราธนา (นิมนต์) พระครูคุณสารพินิจ (ลี อสุสชิ) พร้อมกับอนุจร คือ พระพรหมา สุปญฺโณ สามเณรทองดี รัตโน และ ด.ช. บุญเรือง พรหมชัยนันท์ ขณะนั้นเป็น พระปลัดลี ฐานานุกรมของพระอมราภิรักขิต (ชัย) วัดบรมนิวาส จังหวัดพระนคร ซึ่งขณะนั้นกำลัง ปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่วัดสร่างโศก (วัดศรีธรรมาราม) อำเภอยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี (ในสมัยนั้น) มาเป็นเจ้าอาวาส และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะแขวงด้วย ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเป็นรองเจ้าคณะจังหวัด ร้อยเอ็ด ด.ช. บุญเรือง พรหมชัยนันท์ ต่อมาก็ได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์ ได้บำเพ็ญประโยชน์อันยิ่งใหญ่ ให้กับชาติบ้านเมือง ตลอดการพระศาสนา มีชื่อเสียงโด่งดังด้วยเกียรติคุณ เกียรติยศ ปรากฏชื่อ ในพระราชทินนาม พระราชสิทธาจารย์ หรือที่ชาวบ้านชาวเมืองรู้จักกันดีก็คือ "หลวงพ่อเมืองเสล ฯ" การบริหารและการปกครองมีเจ้าอาวาสคือ รูปที่ ๑ พระครูหลักคำแก้ว รูปที่ ๒ พระครูเอกุตตรสตาธิคุณ รูปที่ ๓ พระครูวินัยธรหล้า พ.ศ. ๒๔๖๕-๒๔๖๙ รูปที่ พระครูคุณสารพินิจ (ลี) พ.ศ. ๒๔๗๐-๒๔๙๑ รูปที่ พระศีลคุณวิสุทธิ์ พ.ศ. ๒๔๙๒-๒๕๑๔ รูปที่ ๖ พระศีลวิสุทธาจารย์ (ศรีจันทร์) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕ เป็นต้นมา การศึกษามีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๙ และโรงเรียน พระปริยัติธรรมแผนกบาลี เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙