วัดกลางอุดมเวทย์

วัดกลางอุดมเวทย์ ตั้งอยู่ที่บ้านพนมไพร หมู่ที่ ๒ ตำบลพนมไพร อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๙ ไร่ ๗๑ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือประมาณ ๓ เส้น ๒ วา จดทางสาธารณะ ทิศใต้ประมาณ ๓ เส้น ๑๑ วา จดถนนเสมอใจราษฎร์ ทิศตะวันออกประมาณ ๓ เส้น ๓ วา จดถนนโพธิสาร ทิศตะวันตกประมาณ ๓ เส้น จดถนนสุขกวี มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน ๒ แปลง เนื้อที่ ๔ งาน ๗ ตารางวา อาคารเสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถกว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๒ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๐ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๑ เมตร ยาว ๒๕ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นอาคารตึกครึ่งไม้ กุฏิสงฆ์จำนวน ๔ หลัง ศาลาการเปรียญกว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๘ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก และหอสมุดจำนวน ๑ หลัง ปูชนียวัตถุมีสถูปจำนวน ๕ องค์ คือ องค์ที่ ๑ เป็นสถูปขนาดใหญ่ ชาวบ้านเรียกชื่อว่า "พระธาตุ" ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง ต่อมาพระครูประโชติธรรมานุยุติได้ปฏิสังขรณ์ขึ้นโดยสร้างพระองค์ใหญ่คร่อมสถูปไว้สูงประมาณ ๓๐ เมตร องค์ที่ ๒ และ ๓ เป็นสถูปโบราณเช่นเดียวกับสถูปองค์แรก สูงประมาณ ๑๐ เมตร ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง องค์ที่ ๔ เป็นสถูปของพระครูประโชติธรรมานุยุติ ซึ่งศิษยานุศิษย์สร้างขึ้นบรรจุอัฐิของพระครูประโชติธรรมานุยุติ องค์ที่ ๕ สถูปบรรจุอัฐิของหลวงพ่อพระครูกิติมศักดิ์ สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๑ พระพุทธรูปมีพระเจ้าใหญ่ เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ พระประธานในอุโบสถ ขนาดหน้าตักกว้าง ๖๐ นิ้ว พระพุทธรูปขนาดกลางอีกจำนวน ๑๐ องค์ และขนาดหน้าตักกว้าง ๓๐ นิ้ว จำนวน ๗ องค์

วัดกลางอุดมเวทย์ ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๕ เดิมชื่อวัดโพธิ์ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ไม่ปรากฏหลักฐานการก่อนสร้าง ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดกลางอุดมเวทย์ แต่ชาวบ้านนิยมเรียกสั้น ๆ ว่าวัดกลาง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๐ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๕ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระครูกิติมศักดิ์ รูปที่ ๒ พระปลัดทองแดง รูปที่ ๓ พระใบฎีกาศรี พ.ศ. ๒๔๙๓-๒๔๙๙ รูปที่ ๔ พระครูประโชติธรรมานุยุติ (ชารี) พ.ศ. ๒๕๐๗-๒๕๑๔ รูปที่ ๕ พระสมุห์คำภู คมภีโร พ.ศ. ๒๕๑๕-๒๕๒๐ รูปที่ ๖ พระครูสุภัทรอุดมเวทย์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นต้นมา การศึกษามีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ และศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๒ นอกจากนี้มีหอสมุดสำหรับบริการชุมชนและเป็นที่ตั้งของหน่วย อ.ป.ต.