วัดหนองโว้ง
สภาพฐานะและที่ตั้ง
วัดหนองโว้ง เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ที่ถนนจรดวิถีถ่อง บ้านหนองโว้ง หมู่ที่ ๑ ตำบลบางยม อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นเป็นวัด นับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๒๔๒ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๓๙๙ ได้รับ การสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงนับตั้งแต่วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖
เขตที่ตั้งและอุปจารของวัด
ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๗๖ ไร่ ๒ งาน ๙๕.๘๐ ตารางวา อาณาเขตทิศเหนือยาว ๓๓๕ เมตร จดทางสาธารณประโยชน์ ทิศใต้ยาว ๔๘๕ เมตร จดทางสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันออกยาว ๒๗๕ เมตร จดถนนจรดวิถีถ่อง สายสุโขทัย - สวรรคโลก ทิศตะวันตกยาว ๒๓๕ เมตร จดริมฝั่งแม่น้ำยม
พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่เนิน ด้านหน้าวัดติดต่อกับถนนจรดวิถีถ่อง สายสุโขทัย-สวรรคโลก ด้านหลัง วัดติดต่อกับลำน้ำยม ด้านข้างของวัดทั้งสองด้านติดต่อกับทางสาธารณประโยชน์ ได้สร้างกำแพงด้านหน้า และด้านหลังของวัดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก มีชุ้มประตูทางเข้าวัด วัดตั้งอยู่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ ๑๔-๑๔ อยู่ด้านทิศตะวันตกของถนนจรดวิถีถ่อง สุดเขตแดนด้านทิศใต้ของอำเภอสวรรคโลก และ อยู่ติดต่อกับตำบลสามเรือน ด้านเหนือสุดของอำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย
ความเป็นมา
วัดหนองโว้ง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๒๔๒ เป็นวัดเก่าโบราณสร้างในสมัยสุโขทัยไม่ปรากฏนามของผู้สร้าง เดิมเป็นที่พักสงฆ์ หรือวัดป่าสำหรับเผาศพ และฝังศพเพราะบริเวณด้านเหนือวัดเป็นที่ตั้งศาลเมืองบางยม ปัจจุบันศาลเมืองบางยมได้ถูกแม่น้ำยมเซาะพังหลายลงแล้วตามประวัติเดิม สมัยโบราณได้มีเรือสินค้าของชนชาติมอญ ได้นำเครื่องปั้นดินเผามาขายตามลำน้ำยมและได้จอดเรือพักอาศัยในบริเวณวัด นำโอ่งมาขายในวัดเป็นจำนวนมากจนกระทั่งชาวบ้านเรียกว่า วัดหนองโอ่ง ต่อมาภายหลัง แม่น้ำยมได้เซาะตลิ่งพังเป็นรูปเว้าโค้ง ซึ่งภาษาพื้นเมืองเรียกความเว้าโค้งว่า โว้ง จึงพากันเรียกชื่อวัดว่า วัดหนองโว้งจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ประมาณปี พ.ศ. ๒๓๔๑ เจ้าเมืองบางย่มมีความเลื่อมใสจึงได้ดำเนินการก่อสร้างอุโบสถของวัดเสร็จเรียบร้อยเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๓๙๓ กว้าง ๖.๕๐ เมตร ยาว ๑๖ เมตร ได้ให้ช่างฝีมือเขียนจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพพระเจ้าสิบชาติและภาพพุทธประวัติบางตอนไว้อย่างสวยงามด้วย ต่อมาเจ้าเมืองบางยมได้ดำเนินการก่อสร้างมณฑปแบบทรงไทยสี่มุข เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ปี พ.ศ. ๒๔๗๐ หม่อมเจ้าอัศนีฟองฟ้า เทวกุล ณ อยุธยา ได้ทรงให้ความอุปถัมภ์ในการก่อสร้างวิหารหลวงพ่อสองพี่น้อง ซึ่งเป็นวิหารที่สวยงามเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยสุโขทัย ๒ องค์ เรียกกันว่าหลวงพ่อสองพี่น้อง เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนโดยทั่วไป ต่อมา พ.ศ. ๒๔๘๘ ทางคณะสงฆ์ได้ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีสังคายนาเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติของสงฆ์
วัดหนองโว้ง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๓๙๙ เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองสุโขทัย เป็นศูนย์กลางของประชาชนในการดำเนินกิจกรรมทางด้านศาสนาและขนบธรรมเนียมประเพณีตลอดมา มีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์กล่าวคือเป็นวัดที่เจ้าเมืองบางยมสร้างขึ้น มีหลักฐานปรากฏว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ โปรดเกล้า ฯ ตั้งให้หลวงพินิจคดี เป็นที่ "พระภักดีราชา" เจ้าเมืองบางยมเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ร.ศ. ๑๐๘ (พ.ศ. ๒๔๓๒) และหลักฐานโปรดพระราชทานให้พระวินัยธร (เคลือบ) วัดหนองโว้ง เป็นที่ "พระครูโยคาภิรมย์" เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๐๙ (พ.ศ. ๒๔๓๓) จึงนับว่าวัดหนองโว้งเป็นวัดประจำเมืองบางยม
ทรัพย์สิน
ที่ดินตั้งวัด เนื้อที่ 76 ไร่ 2 งาน 9580 ตารางวา ตามโฉนดที่ดิน เลขที่ 3079 เนื้อที่ดังกล่าว วัดได้อนุญาตให้กระทรวงศึกษาธิการใช้สร้างโรงเรียนวัดหนองโว้ง เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ให้ กระทรวงสาธารณสุขใช้สร้างสถานีอนามัยประจำตำบลเมืองบางยมพร้อมทั้งบ้านพักของเจ้าหน้าที่ เนื้อที่ประมาณ 2 งาน และให้กระทรวงมหาดไทยใช้สร้างการประปาประจำตำบลเมืองบางยม เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่
อาคารเสนาสนะมี พระอุโบสถ กว้าง 6.50 เมตร ยาว 16 เมตร เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2391 โดยเจ้าเมืองบางยมเป็นผู้สร้างที่ฝาผนังภายในมีภาพจิตรกรรมเรื่องพระเจ้าสิบชาติ และพุทธประวัติบางตอนที่สวยงาม ปัจจุบันภาพไม่ค่อยชัดเจนนัก เพดานด้านบนแกะสลักไม้สัก เป็นรูปดอกไม้ประดับลวดลายลงรักปิดทอง ปัจจุบันยังปรากฏอยู่อย่างสวยงาม บริเวณรอบนอก พระอุโบสถมีกำแพงแก้วก่ออิฐฉาบปูนแบบสมัยโบราณ สังเกตได้ว่าก้อนอิฐมีขนาดใหญ่เท่าขนาดที่ ใช้ก่อสร้างกรุงสุโขทัย สูงประมาณ 1.50 เมตร กว้าง 16 เมตร ยาว 28 เมตร
วิหาร กว้าง 12 เมตร ยาว 22 เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กมีกำแพงล้อมรอบ โดยหม่อมเจ้าอัศนีฟ่องฟ้า เทวกุล ณ อยุธยา ทรงอุปถัมภ์และวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2470 เมื่อสร้างเสร็จแล้วสมเด็จพระวันรัต ได้ประกอบพิธียกช่อฟ้าในปี พ.ศ. 2472 ซึ่งมีพระสังวรกิจโกศล เป็นเจ้าอาวาสอยู่ในขณะนั้น ภายในวิหารได้สร้างแท่นประดิษฐานหลวงพ่อสองพี่น้องที่สวยงามมาก สร้างบุษบก 5 ชั้น สูง 3 เมตร ฝาผนังด้านในทั้งสี่ทิศ ให้ช่างเขียนที่มีฝีมือมากในสมัยนั้นเขียน รูปภาพเกี่ยวกับพุทธประวัติโดยเริ่มตอนประสูติ จนกระทั่งถึงดับขันธ์ปรินิพพาน ด้านหน้าของ วิหารมี 3 ประตู กล่าวคือประตูกลางเป็นประตูใหญ่ ส่วนด้านข้างทั้งสองเป็นประตูเล็ก ด้านหลังวิหาร มี 2 ประตู มีกำแพงล้อมรอบสองชั้น พื้นภายในวิหารและเขตพุทธาวาสปูด้วยกระเบื้องเคลือบแบบโบราณ
มณฑปรอยพระพุทธบาท สร้างเมื่อ พ.ศ. 2439 กว้าง 10 เมตร ยาว 10 เมตร สร้างด้วย คอนกรีตเสริมเหล็ก รูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสมีกำแพงล้อมรอบสองชั้น ชั้นในกว้าง 12 เมตร ยาว 12 เมตร ชั้นนอกกว้าง 12 เมตร ยาว 22 เมตร รอบผนังด้านข้างของมณฑปประดิษฐานพระพุทธรูป ปางมารวิชัยทั้งสี่มุข ภายในประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองเป็นที่สักการะบูชาของประชาชน โดยทั่วไป
ภูเขาพระฉาย (ถ้ำไห) สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐ ชาวมอญที่ค้าขายโอ่งไหซึ่งมาพักที่บริเวณวัดได้ช่วยกันสร้างขึ้นสมัยพระสังวรกิจโกศลเป็นเจ้าอาวาส มีลักษณะเป็นถ้ำข้างล่าง และก่อสร้างขึ้นด้วยไหเสริมคอนกรีต บนยอดก่อเป็นรูปทรงเจดีย์ มีฉัตรบนยอดเจดีย์ ด้านล่างมีทางเข้าออกด้านทิศตะวันออก ส่วนด้านทิศตะวันตกมีทางเข้าออก ๒ ช่อง ถ้ำดังกล่าวมีลักษณะคล้ายอุโมงค์ ด้านในมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยผินพระพักตร์ไปด้านทิศตะวันออก ตรงกลางอุโมงค์ได้ปั้นเป็นพระพุทธรูปยืนปางลีลา สูงประมาณ ๓๙ เมตร
ศาลาการเปรียญ กว้าง ๒๔ เมตร ยาว ๔๒ เมตร เป็นอาคารไม้สักทรงไทยโบราณยกพื้นสูง หลังคามุงกระเบื้อง พระครูสังวรกิจโกศลเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๔
ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๓๐ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทย สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗
กุฏิสงฆ์ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๔ หลัง และอาคารไม้สัก ๒ หลัง จำแนกได้ดังนี้ ตึกพิพิธภัณฑ์โพธิสารวัง กว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๓๐ เมตร เป็นอาคาร ๓ ชั้น ชั้น ๑ เป็นสถานที่ต้อนรับอาคันตุกะ ชั้น ๒ เป็นพิพิธภัณฑ์ และชั้น ๓ เป็นสถานที่ต้อนรับอาคันตุกะ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๘ ตึกคุณาภรณ์ กว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๔๖ เมตร เป็นอาคาร ๓ ชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐ ตึกจตุรมุขทรงไทย เป็นอาคาร ๒ ชั้น ตึกแถว ๒ ชั้น ๑ หลัง และอาคารไม้สักทรงไทยยกพื้นสูง ๒ หลังแฝดติดกัน โดยใช้ไม้สักจากกุฏิเก่ามาซ่อมสร้างใหม่
นอกจากนี้มีวิหารพระประจำวัน เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาประชาสัมพันธ์ สร้างด้วยไม้พื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทย หอระฆัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ลักษณะเป็นเสาเดียวทรงไทยจตุรมุข สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๙ ศาลาพักร้อนด้านหน้าวัด สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก และฌาปนสถาน สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕
ปูชนียวัตถุมีพระพุทธรูปหลวงพ่อสองพี่น้อง เป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยปางมารวิชัย ๒ องค์ เนื้อทองสำริด ขนาดหน้าตักกว้าง ๓๙ นิ้ว และ ๓๑ นิ้ว ตามลำดับตามประวัติเล่าสืบกันมาว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๕๖ ชาวบ้านหนองโว้งได้บุกถางป่าบริเวณบ้านปากน้ำซึ่งอยู่ห่างจากบ้านหนองโว้งประมาณ ๔ กิโลเมตร ได้พบซากอุโบสถเก่าซึ่งหักพังเป็นเนินดินสูง ลักษณะคล้ายจอมปลวก มีต้นไม้และเถาวัลย์ปกคลุมหนาแน่น ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นวัดร้างจึงช่วยกันขุดเนินดินออกและได้พบพระพุทธรูปทองสำริดปางมารวิชัย จำนวน ๔ องค์ องค์ใหญ่ ๒ องค์และองค์เล็ก ๒ องค์ ชาวบ้านจึงนำเรื่องดังกล่าวมานมัสการพระอุปัชฌาย์พุกเจ้าอาวาสวัดหนองโว้งสมัยนั้นเพื่อให้นำมาบูชาสักการะที่วัด
แต่ชาวบ้านซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ได้มอบให้เพียง ๒ องค์ ส่วนอีก ๒ องค์ ได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่วัดปากน้ำ ระยะแรกได้อัญเชิญพระพุทธรูปที่ได้มาประดิษฐานไว้ที่มณฑปเนื่องจากยังมิได้ก่อสร้างวิหาร ต่อมาเมื่อได้ก่อสร้างวิหารแล้วจึงได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ในวิหาร เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๗๒ ชาวบ้านได้เรียกพระพุทธรูปทั้ง ๒ องค์ว่า หลวงพ่อสองพี่น้องซึ่งชาวบ้านทั่วไปมีความเลื่อมใสศรัทธามาสักการะบูชาโดยตลอด และวัดได้จัดงานฉลองเป็นประจำทุกปี โดยกำหนดวันขึ้น ๑๒ ค่ำ ถึง ๑๕ ค่ำ และแรม ๑ ค่า เดือนสามของทุกปีจนกระทั่งปัจจุบันนี้
พระพุทธรูปในพระอุโบสถสมัยสุโขทัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๘๙ นิ้ว ๑ องค์ และพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดหน้าตักกว้าง ๓๙ นิ้ว ๔ องค์ พระพุทธรูปทองคำแท้ขนาดหน้าตักกว้าง ๕ นิ้ว ปางมารวิชัย ๑ องค์ และพระพุทธรูปโบราณขนาดและปางต่าง ๆ จำนวน ๑๕๙ องค์ ประดิษฐานที่อาคารพิพิธภัณฑ์ นอกจากนี้มีเจดีย์ภูเขาพระฉาย รอยพระพุทธบาทจำลองเนื้อทองสำริด กว้าง ๑๘ นิ้ว ยาว ๔๕ นิ้ว
โบราณวัตถุมีเครื่องลายครามสมัยราชวงศ์หมิง และอื่น ๆ ประมาณ ๑๐๙ ชิ้น เครื่องเงิน ๒๐ ชิ้น เครื่องทอง ๕๐ ชิ้น เงินโบราณสกุลต่าง ๆ ประมาณ ๑,๐๐ ชิ้น โอ่งโบราณ ๑ ใบ โต๊ะหมู่บูชา หมู่ ๙ ประดับมุข ๑ ชุด และหมู่ ๗ ลายจีน ๑ ชุด ธรรมาสน์มหานาคทรงบุษบกอายุประมาณ ๗๐๐ ปี ๒ หลัง
ศิลปวัตถุมี จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถเขียนเป็นภาพพระเจ้าสิบชาติและพุทธประวัติ เพดานด้านบนแกะสลักไม้สัก เป็นรูปดอกไม้ประดับลวดลาย ลงรักปิดทอง จิตรกรรมฝาผนังภายในวิหารเขียนเป็นภาพพุทธประวัติโดยเริ่มตั้งแต่ประสูติจนถึงพระปรินิพพาน ฐานประดิษฐานองค์พระประธานเป็นบุษบก ๕ ชั้น แต่ละชั้นประดับลวดลายลงรักปิดทองสวยงามมาก
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
วัดหนองโว้ง ได้จัดให้การศึกษาพระปริยัติธรรม โดยเปิดแผนกธรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๐ เป็นต้นมา ส่วนแผนกบาลีได้จัดส่งพระภิกษุ - สามเณร ในวัดไปศึกษายังสำนักเรียนจังหวัดอื่น ๆ ต่อมาเมื่อมีพระมหาเปรียญอยู่ประจำจึงได้เปิดสอนแผนกบาลีขึ้นแต่ถึงกระนั้นก็ยังมิได้เปิดสำนักเรียนอย่างเป็นทางการ กล่าวคือได้จัดการเรียนการสอนแผนกบาลีขึ้นแต่ส่งนักเรียนแผนกบาลีไปสอบในนามสำนักเรียนวัดคลองโพธิ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อมา พ.ศ. ๒๕๒๕ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันได้ปรับปรุงการศึกษาของวัดใหม่ โดยจัดตั้งคณะผู้บริหารและคณะทำงานรับผิดชอบดำเนินการเรียนการสอนให้เป็นระบบ ได้เปิดสอนแผนกบาลีอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๖ จนกระทั่งการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลีของวัดหนองโว้ง มีระบบเป็นมาตรฐานน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ปัจจุบัน วัดหนองโว้งได้รับการยอมรับจากคณะสงฆ์จังหวัดสุโขทัยให้เป็นสำนักเรียนประจำจังหวัด นอกจากนี้ ได้จัดให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนนักศึกษาดีเด่น ในด้านการเผยแผ่ได้จัดอบรมบรรพชา อุปสมบทภาคฤดูร้อน จัดส่งพระภิกษุสามเณรไปเผยแผ่ธรรมยังท้องถิ่นขาดแคลนพระสงฆ์ จัดส่งพระภิกษุสามเณรไปสอนและอบรมศีลธรรมตามสถานศึกษาต่าง ๆ จัดบรรยายธรรมตามเครื่องขยายเสียง และจัดกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและวันสำคัญอื่น ๆ โดยร่วมกับประชาชนและหน่วย
ราชการ ในด้านสาธารณูปการ สมัยพระสังวรกิจโกศล เป็นเจ้าอาวาสได้จัดตั้งโรงพยาบาลศรีสังวร ตั้งอยู่ที่อำเภอศรีสำโรงและตั้งมูลนิธิชื่อ "เจ้าคุณวรกิจโกศล" ในโรงพยาบาล ได้จัดสร้างสะพานข้าม แม่น้ำยมเพื่ออำนวยประโยชน์แก่ประชาชน จัดโครงการสร้างสรรค์สังคมเพื่อช่วยอนุรักษ์และรักษา ปูชนียสถาน โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม จัดโครงการมอบโล่เกียรติคุณ แก่บุคคลดีเด่นผู้บำเพ็ญประโยชน์การศาสนาประจำปี นอกจากนี้ได้อนุเคราะห์หน่วยราชการใช้พื้นที่วัด ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์
การบริหารและการปกครอง
ได้จัดการปกครองโดยแบ่งเป็นคณะ ๓ คณะ คือ คณะเหนือ ใต้ และกลาง โดยมีผู้ช่วย เจ้าอาวาสรับผิดชอบดำเนินการบริหารงานต่าง ๆ มีเจ้าอาวาสเป็นผู้ควบคุมดูแลกิจการต่าง ๆ ให้เป็นไป ด้วยความเรียบร้อยและถูกต้องตามพระธรรมวินัยและกฎระเบียบของคณะสงฆ์ นอกจากนี้ได้แต่งตั้ง และมอบหมายอำนาจให้ภิกษุที่มีความสามารถรับผิดชอบในกิจการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่เหมาะสม และเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม
เจ้าอาวาสที่ทราบนาม มีดังนี้คือ
๑. พระปลัดบุญ
๒. พระอุปัชฌาย์พุก
๓. พระครูมิง พ.ศ. ๒๔๕๙ - ๒๔๖๘
๔. พระสังวรกิจโกศล พ.ศ. ๒๔๖๙ - ๒๕๐๓
๕. พระครูอรรถกิจโกศล พ.ศ. ๒๕๐๓ - ๒๕๒๕
๖. พระครูสุนันท์คุณาภรณ์ เจ้าคณะตำบลย่านยาว เขต ๒ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นต้นมา "»". 31 ฿ ½ =
f»-1
ft,:.;