วัดสมศรี

วัดสมศรี ตั้งอยู่ที่บ้านกุดพังทุย หมู่ที่ ๑๐ ตำบลพังทุย อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๐ ไร่ ๓ งาน ๙๐ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือ ประมาณ ๒ เส้น ๕ วา จดถนนสาธารณะ และที่นาของเอกชน ทิศใต้ประมาณ ๒ เส้น ๑๔ วา จด- ถนนสาธารณะ สถานีอนามัย และที่ธรณีสงฆ์ ทิศตะวันออกประมาณ ๔ เส้น ๖ วา จดถนนสาธารณะ ไปบ้านศรีฐาน หมู่ที่ ๒ ทิศตะวันตกประมาณ ๔ เส้น ๑ วา จดถนนสาธารณะไปบ้านกุดพังทุย หมู่ที่ ๑๐ มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน ๑ แปลง เนื้อที่ ไร่ ๕ ตารางวา อาคารเสนาสนะประกอบด้วยอุโสถ กว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๔๕๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๒๔ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๘ เป็นอาคารไม้และมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องพระเวสสันดรชาดกรอบอาคารหอสวดมนต์ กว้าง ๖ เมตร ยาว ๒๗ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กุฏิสงฆ์ จำนวน ๓ หลัง เป็นอาคารไม้ ๑ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๑ หลัง และตึก ๑ หลัง ศาลาบำเพ็ญกุศล เป็นอาคารไม้ โรงเรียนพระปริยัติธรรม หอสมุดและหอระฆัง ปูชนียวัตถุมีพระพุทธรูปหินปางสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง ๑๐ นิ้ว สูง ๑๖ นิ้ว จำนวน ๒ องค์ พระพุทธรูปไม้ จำนวน ๑ องค์ สูง ๒.๖๐ เมตร และเจดีย์ ฐานกว้าง ๒.๔๔ เมตร สูง ๙ เมตร

วัดสมศรี ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๖ เดิมบ้านกุดพังทุยมีประชากรไม่มาก ต่อมามีชาวบ้านสมศรี อำเภอกันทรลักษ์ ได้อพยพมาอยู่จำนวนมาก และได้สร้างวัดขึ้น จึงตั้งชื่อวัดตามชื่อของ บ้านเดิมที่ตนเองเคยอยู่อาศัยมาก่อน แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดบ้านกุดพังทุย ได้รับพระ- ราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๙ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๖ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระจูม พ.ศ. ๒๔๓๐-๒๔๓๖ รูปที่ ๒ พระคำดี พ.ศ. ๒๔๓๖-๒๔๔ รูปที่ ๓ พระรอง พ.ศ. ๒๔๔๔-๒๔๕๔ รูปที่ ๔ พระสีทัด พ.ศ. ๒๔๕๔-๒๔๕๙ รูปที่ ๕ พระผุย พ.ศ. ๒๔๕๙-๒๔๖๑ รูปที่ ๖ พระจันทร์ พ.ศ. ๒๔๖๑-๒๔๖๕ รูปที่ ๗ พระคำไพ พ.ศ. ๒๔๖๕-๒๔๗๙ รูปที่ ๘ พระพรมมา พ.ศ. ๒๔๗๙-๒๔๘๐ รูปที่ ๙ พระครู- อดุลย์สารนิเทศ พ.ศ. ๒๔๘๑-๒๕๐๗ รูปที่ ๑๐ พระเผด็จ พ.ศ. ๒๕๐๘-๒๕๑๓ รูปที่ ๑๑ พระทอง ปัญญาวุฑโฒ พ.ศ. ๒๕๑๔-๒๕๒๓ รูปที่ ๑๒ พระอธิการทองพูน ยสวทุฒโก พ.ศ. ๒๕๒๓-๕๓๑ รูปที่ ๑๓ พระมหาสุกัน สญฺญาโม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๒ เป็นต้นมา การศึกษามีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม และแผนกบาลี เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๖ เป็นต้นมา