วัดพระสิงห์

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดพระสิงห์ เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๔๘๖ หมู่ที่ ๒ บ้านพระสิงห์ ถนนสิงหไคล ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้น เป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ. ๑๙๒๘ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๓ และได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงนับตั้งแต่วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖

เขตที่ตั้งและอุปจารของวัด ที่ดินตั้งวัด มีเนื้อที่ ๔ ไร่ ๒ งาน ๕๒ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือจดถนนสิงหไคลซึ่งใกล้ ฝั่งแม่น้ำกก ทิศใต้จดถนนพระสิงห์ ทิศตะวันออกจดถนนท่าหลวง ทิศตะวันตกจดถนนภักดีณรงค์ พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมบริเวณวัดล้อมรอบด้วยถนนทั้ง ๔ ด้าน มีกำแพงล้อมรอบวัด ภายในจัดตั้งอาคารเสนาสนะเป็นระเบียบสวยงามและร่มรื่น ด้านการคมนาคมสะดวกเนื่องจาก ตั้งอยู่ในตัวเมืองจังหวัดเชียงราย

ความเป็นมา วัดพระสิงห์ เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดเชียงราย สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ามหาพรหม พระอนุชา ของพระเจ้าก็อนาธรรมิกราช เจ้าเมืองเชียงใหม่สันนิษฐานว่าจะสร้างในราวปี พ.ศ. ๑๙๒๘ ซึ่ง เป็นช่วงที่พระเจ้ามหาพรหมได้ครองเมืองเชียงราย ระหว่างปี พ.ศ. ๑๘๘๘ -๑๙๔๓ คำว่า พระสิงห์นั้น หมายถึง วัดเคยเป็นที่ประดิษฐานพระสิงห์ หรือพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่สำคัญอันเป็น ที่เคารพของชาวไทย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๓ ในสมัยนี้มี การปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช วัดเป็นสถานที่ทำพิธีดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยาเป็นสถานที่จัด ประชุมของหน่วยราชการต่าง ๆ เป็นศูนย์กลางในการจัดงานระดับจังหวัด เช่น งานสมโภช ๗๒๕ ปี การสร้างเมืองเชียงราย เป็นต้น นอกจากนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวต่างประเทศให้ความสนใจ เข้าชมมาก

ทรัพย์สิน ที่ดินตั้งวัด เนื้อที่ ๔ ไร่ ๒ งาน ๕๒ ตารางวา ตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๑๘๐ อาคารเสนาสนะมี พระอุโบสถ ลักษณะสถาปัตยกรรมล้านนาไทย ผนังก่ออิฐถือปูน เสา เป็นไม้ หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบประตูหน้าต่างเป็นไม้แกะสลักสวยงาม ได้ปฏิสังขรณ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๖ มณฑป ลักษณะสถาปัตยกรรมล้านนาไทยกว้าง ๑๐.๒๐ เมตร ยาว ๑๑.๕๐ เมตร สร้างด้วย คอนกรีตเสริมเหล็กหลังคามุงกระเบื้องเคลือบ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาท

จำลอง ศาลาการเปรียญ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก โรงเรียนพระปริยัติธรรม "ศรีปริยัติวิทยากร" สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นอาคาร 3 ชั้น 6 ห้องเรียน ชั้นล่างเป็นห้องโถงสำหรับที่ห้องประชุม สร้างเมื่อ พ.ศ. 2531 ศาลาธรรมปฏิบัติ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กลักษณะสถาปัตยกรรมล้านนาไทย กว้าง 4 เมตร ยาว 8 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2525 กุฏิสงฆ์ จำนวน 6 หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก 5 หลัง และสร้างด้วยไม้ 1 หลัง ศาลาบำเพ็ญกุศลศพสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นอาคารชั้นเดียว กว้าง 15 เมตร ยาว 45 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2528 ศาลาปฏิคม สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2527 หอฉัน สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงด้วยสังกะสี หอระฆังสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

ปูชนียวัตถุมี พระพุทธสิทิงค์ (พระสิงห์หนึ่ง) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่เมืองเชียงราย ขนาดหน้าตักกว้าง 204 เซนติเมตร สูง 248 เซนติเมตร ปางมารวิชัย สร้างด้วยทองสำริดปิดทอง ศิลปล้านนา สมัยพุทธศตวรรษที่ 21 ประดิษฐานในพระอุโบสถ พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 3 ซม. สูง 66 เมตร สร้างด้วยทองสำริดปิดทอง ศิลปล้านนา สมัยพุทธศตวรรษที่ 21 ประดิษฐานในกุฏิเจ้าอาวาส พระพุทธบาทจำลองซึ่งประดิษฐานอยู่ในมณฑป พระเจดีย์เป็นเจดีย์เก่าแก่โบราณซึ่งบรรจุพระพุทธรูปทองคำ 4 องค์ และพระพุทธรูปเงิน 2 องค์ พระพุทธรูปปางพุทธลีลา บริเวณหน้าโรงเรียนศรีปริยัติวิทยากร 1 องค์ พระพุทธรูปประจำวันเกิด จำนวน 7 องค์ บริเวณรอบต้นศรีมหาโพธิ์ โบราณวัตถุมี ระมังเป็นแบบใบระกา สูง 25 นิ้ว กว้าง 39 นิ้ว เป็นทองเหลืองทั้งแท่ง ขุดได้เมื่อ พ.ศ. 2438 และธรรมาสน์สมัยรัชกาลที่ 5 พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 32 เซนติเมตร สูง 54 เซนติเมตร สร้างด้วยทองสำริด ศิลปล้านนา สร้างสมัยพุทธศตวรรษที่ 21 (พ.ศ. 2047) ประดิษฐานในกุฏิเจ้าอาวาส

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

วัดพระสิงห์ได้จัดการศึกษาพระปริยัติธรรม โดยเปิดแผนกธรรม เมื่อพ.ศ. ๒๕๒๓ และแผนกบาลี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๖ ซึ่งการจัดการศึกษาทั้ง ๒ แผนก มีผลการศึกษาที่ดีมากทั้งการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังเป็นโรงเรียนปริยัติธรรมประจำจังหวัดอีกด้วย ได้จัดส่งพระภิกษุไปสอนวิชาพระพุทธศาสนายังโรงเรียนประจำจังหวัดและโรงเรียนอื่น ๆ จัดส่งพระธรรมทูตไปเผยแผ่ยังที่ต่าง ๆ จัดโครงการปฏิบัติธรรมเชิงปฏิบัติการร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย จัดโครงการบวชศีลจารินีประจำทุกปีจัดส่งพระภิกษุไปบรรยายธรรมยังสถานที่ต่าง ๆ เช่น สถานีวิทยุกระจายเสียง สวท. และ วปถ. ๑๐ เชียงราย อบรมนักโทษที่เรือนจำ เป็นต้น จัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาของเด็กระดับประถมศึกษา จัดตั้งกองทุนฌาปนกิจ ให้การดูแลและอุปถัมภ์นักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลน จัดตั้งกองทุนศรีปริยัติวิธานเพื่อสนับสนุนการศึกษาของพระเณรจัดกิจกรรมพิเศษในวันสำคัญทางศาสนา จัดนิทรรศการเผยแพร่ศาสนาและศิลปวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังเป็นสถานจัดประชุมของหน่วยงานราชการต่าง ๆ เช่น กนช. สาธารณสุขจังหวัดเชียงรายเป็นต้น และเป็นศูนย์กลางในการจัดงานสำคัญ ๆ เช่น งานสมโภชเมืองเชียงราย เป็นต้น และเป็นสถานที่ประชุมพระสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาสในจังหวัดเชียงราย

การบริหารและการปกครอง ได้จัดการปกครองโดยมีพระครูศรีปริยัติวิธาน (ชื่น ป.ธ.) เป็นเจ้าอาวาสและดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะ จังหวัดเชียงรายได้ตั้งกฎระเบียบในการปกครองอย่างเคร่งครัดเพื่อให้พระภิกษุสามเณรในความปกครองเป็นผู้มีระเบียบวินัยประพฤติตามหลักธรรมวินัยและกฎระเบียบของคณะสงฆ์ เจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนามมีดังนี้ คือ ๑. พระครูปวรปัญญา (ปัญญา) พ.ศ. ๑๙๔๓ - ๑๙๖๒ ๒. พระครูอินทจักรังสี (อินทร์) พ.ศ. ๑๙๖๒ - ๑๙๘๕ ๓. พระอธิการอินตา อินทว์โส พ.ศ. ๑๙๘๕ - ๑๙๙๖ ๔. พระมหายศ มหายโส พ.ศ. ๑๙๙๖ ๕. พระธรรมปัญญา ธมุมปญฺโญ พ.ศ. ๒๔๑๓ - ๒๔๔๐ ๖. พระครูเมธังกรญาณ (ป๊อก) อดีตเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย พ.ศ. ๒๔๔๐ - ๒๔๗๓ ๗. พระครูเมธังกรญาณ (ดวงตา) อดีตเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงราย พ.ศ. ๒๔๗๓ - ๒๔๘๘ ๘. พระครูสิกขาลังกา (ทองอินทร์) อดีตเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงราย พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๒๕๒๒ ๙. พระครูศรีปริยัติวิธาน (ชื่น ปญฺณาธโร ป.ธ. ๖) รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย ตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๒๓ เป็นต้นมา