วัดดอนก่อ
วัดดอนก่อ ตั้งอยู่เลขที่ ๘๔ บ้านดอนก่อ หมู่ที่ ๒ ตำบลวังไชย อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๖ ไร่ ๕ ตารางวา ส.ค.๑ เลขที่ ๒๕๘ อาณาเขต ทิศเหนือประมาณ ๒ เส้น ๒ วา จดที่ดินของนายลุย ช่างหล่อ ทิศใต้ประมาณ ๒ เส้น ๒ วา จดที่ดินของนางทอง พรมกัลย์ ทิศตะวันออกประมาณ ๒ เส้น ๑๘ วา จดที่ดินของนายจันทร์ วิเศษดี ทิศตะวันตกประมาณ ๒ เส้น ๑๘ วา จดที่ดินของนายสุวรรณ เทียนยุทธ อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วยอุโบสถ กว้าง ๕ เมตร ยาว ๑๔ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๑ เมตร เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ กุฏิสงฆ์ จำนวน ๘ หลัง เป็นอาคารไม้ ๕ หลัง และครึ่งตึกครึ่งไม้ ๓ หลัง ศาลา อเนกประสงค์ กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๑๖ เมตร เป็นอาคารคอนกรีต ทรงไทย สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๔ และศาลาบำเพ็ญกุศล ๑ หลัง ปูชนียวัตถุมีพระประธานปางสมาธิ (เกตุชัยมงคลพรหมรังษี) ขนาด หน้าตักกว้าง ๒.๕๐ เมตร สูง ๓ เมตร ที่ศาลาการเปรียญมีพระปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๑.๕๐ เมตร สูง ๑.๖ เมตร และปางมารวิชัยอีก ๒ องค์ ที่ศาลาอเนกประสงค์ มีพระพุทธรูปปางสมาธิ ๒ องค์ ขนาดหน้าตักกว้าง ๑ เมตร สูง ๑.๓๐ เมตร
วัดดอนก่อ ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๖ ผู้ที่บริจาคที่ดินสร้างวัด คือ นายจันทรา พรมกัลป์ และ นายจัน รัตนา โดยมีนายอุดม รัตนา กับนายจวน ศรีภักดี พร้อมกับชาวบ้านดอนก่อได้ร่วมกัน สร้างวัด โดยมีพระจุลฟ้า จุฬาเมธี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๓๐ เมตร ยาว ๕๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระจุลฟ้า จุฬาเมธี พ.ศ. ๒๔๑๖-๒๔๑๙ รูปที่ ๒ พระด้วง สุเมโธ พ.ศ. ๒๔๒๐-๒๔๒๕ รูปที่ ๓ พระจูม ปญญาธโร พ.ศ. ๒๔๒๖-๒๔๒๗ รูปที่ ๔ พระหล้า คุตตจิตโต พ.ศ. ๒๔๒๘-๒๔๓๔ รูปที่ ๕ พระสม สุวณณธมโม พ.ศ. ๒๔๓๕-๒๔๖๙ รูปที่ ๖ พระ- สมจันทร์ จนุทสาโร พ.ศ. ๒๔๗๐-๒๔๗๑ รูปที่ ๗ พระพิลา จนุทโชโต พ.ศ. ๒๔๗๒-๒๕๐๐ รูปที่ ๘ พระทองดี กมโล พ.ศ. ๒๕๐๑-๒๕๐๒ รูปที่ ๙ พระเคน จิตุตญาโณ พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๐๓ รูปที่ ๑๐ พระอธิการไสว วรปญโญ พ.ศ. ๒๕๐๓-๒๕๐๖ รูปที่ ๑๑ พระอธิการอุดม สิริจนโท พ.ศ. ๒๕๐๗-๒๕๑๔ รูปที่ ๑๒ พระอธิการสิงห์ สมาจาโร พ.ศ. ๒๕๑๕-๒๕๑๘ รูปที่ ๑๓ พระครูคัมภีร์ธรรมาภิราม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นต้นมา การศึกษามีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕