วัดแสนสำราญ
วัดแสนสำราญ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๐๓ บ้านโนนทรายคำ หมู่ที่ ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๐ ไร่ ๑ งาน ๙๐ ตารางวา น.ส.๓ ก เลขที่
๓๐๔๓ อาณาเขต ทิศเหนือประมาณ ๓ เส้น ๑๘ วา จดทางสาธารณประโยชน์ ทิศใต้ประมาณ ๓ เส้น จดทางสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันออกประมาณ ๔ เส้น ๕ วา จดทางสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันตกประมาณ ๒ เส้น ๑๕ วา จดทางหลวงสายสกลนคร-อุดรธานี ทาง ร.พ.ช. อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วยอุโบสถ อาคารทรงไทย สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ ศาลาการเปรียญ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕ กุฎิสงฆ์ ๔ หลัง ปูชนียวัตถุมีพระประธาน ๑ องค์ หน้าตักกว้าง ๐ นิ้ว พระพุทธรูป ๑ องค์ หน้าตัก กว้าง ๓๐ นิ้ว
วัดแสนสำราญ เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๘ ประกาศตั้งวัดเมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ชาวบ้านเรียกว่า วัดบ้านโนนทรายคำ โดยมีนายเจียง คำจองเป็นผู้ถวายที่ดินให้สร้างวัด ได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๖ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระจำป่า รูปที่ ๒ พระสีทะนาเห็ รูปที่ ๓ พระปัญญา รูปที่ ๔ พระจันทร์ รูปที่ ๕ พระบุคดา อติภทโท รูปที่ ๖ พระหงส์ทอง จิตธมโม รูปที่ ๗ พระพรมมา กวิสสโร รูปที่ ๘ พระครูวิเศษธรรมคุณ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นต้นมา การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เปิดสอน พ.ศ. ๒๕๐๔
วัดโสติถิผล (ป่าโสตถิผล)
วัดโสติถิผล ตั้งอยู่ที่บ้านโนนธาตุ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลข้างมิ่ง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๔๐ ไร่ ๓ ตารางวา น.ส.๓ เลขที่ ๑๙๗๕ อาณาเขต ทิศเหนือ ประมาณ ๕ เส้น ๕ วา ๒ ศอก จดทางสาธารณประโยชน์ ทิศใต้ประมาณ ๘ เส้น ๒ วา ๓ ศอก จดทางสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันออกประมาณ ๗ เส้น ๗ วา ๓ ศอก จดทางสาธารณประโยชน์ ทิศตะวันตกประมาณ ๖ เส้น ๑๙ วา ๓ ศอก จดทางสาธารณประโยชน์ มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน ๒ แปลง เนื้อที่ ไร่ ๓ งาน ๖๒ ตารางวา น.ส.ภ เลขที่ ๑๙๕๖, ๑๙๓ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย ศาลาการเปรียญ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ กุฏิสงฆ์ ๔ หลัง ฌาปนสถาน ๑ หลัง ศาลาบำเพ็ญกุศล ๑ หลัง
วัดโสติถิผล สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ ทางวัดให้ชื่อวัดว่า วัดป่าโสตถิผล แต่ทางทะเบียนจังหวัด ให้ชื่อวัดโสติถิผล การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระอ่อน ฌาณสิริ รูปที่ ๒ พระคำศรี จิตปุณโณ รูปที่ ๓ พระอธิการบุญหนา ธมฺมทินโน ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑ เป็นต้นมา