วัดวรนาถบรรพต
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดวรานาถบรรพต เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามั ตั้งอยู่เลขที่ ๑๘ ถนนธรรมวิถี บ้านขากบ ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ - สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ. ๑๙๖๒ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ครั้งหลังเมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๑ ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงนับตั้งแต่วันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔
เขตที่ตั้งและอุปจารของวัด ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๐ ไร่ ๑ งาน ๑๐ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับถนนสระสวรรค์ ทิศใต้ติดต่อกับถนนธรรมวิถี ทิศตะวันออกติดต่อกับทางสาธารณะและบ้านเรือนราษฎร ทิศตะวันตก ติดต่อกับทางสาธารณะและบ้านเรือนราษฎร พื้นที่ตั้งวัด เป็นที่ราบสูงอยู่ที่เชิงเขากบด้านหน้า ด้านทิศตะวันออกของตัวเมือง วัดตั้งอยู่ในเขต ตัวเมืองตลาดปากน้ำโพ ใกล้ที่ทำการเทศบาลเมืองนครสวรรค์ ปัจจุบันวัดนี้แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือ ส่วนของวัด และส่วนที่เป็นที่ธรณีสงฆ์สำหรับจัดผลประโยชน์ของวัดมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมืองคือ ทางอำเภอและกรมการศาสนาเป็นผู้ควบคุมดูแล และจัดผลประโยชน์ให้ ส่วนของวัดแบ่งออกเป็น ๓ เขต คือ เขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาสและเขตวิปัสสนากัมมัฏฐาน
ความเป็นมา วัดวรนาถบรรพต สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๙๖๒ ในสมัยสุโขทัย ผู้สร้างคือพญาบาลเมือง สร้างขึ้น เพื่ออุทิศแด่พญารามผู้น้อง ซึ่งได้สิ้นพระชนม์ในระหว่างทำศึกสงครามกับหัวเมืองฝ่ายใต้ ตามหลักฐาน ทางประวัติศาสตร์ ปรากฏในศิลาจารึก ๒ หลัก ซึ่งทางกรมศิลปากรได้ไปจากยอดเขากบใกล้กับ รอยพระพุทธบาทจำลอง และได้จากเมืองนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร ชื่อวัดเดิมเรียกว่า วัดเขากบ หรือวัดกบ เพราะเป็นวัดที่ตั้งอยู่ที่เชิงเขากบ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัดปากพระบาง ต่อมาได้รับการ เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น วัดวรนาถบรรพต ในสมัยที่เจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) อดีตอธิบดี สงฆ์วัดมหาธาตุและเจ้าคณะมณฑลนครสวรรค์สมัยนั้นได้มาแวะเยี่ยมที่วัดนี้
วัดวรนาถบรรพต ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๑๙๖๒ ครั้งหลังเมื่อ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๑ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร วัดนี้เคยกลาย สภาพเป็นวัดร้างมาชั่วระยะหนึ่งจนถึง พ.ศ. ๒๔๑๕ มีพระอธิการทองมาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ดำเนิน การบูรณะวัดร้างให้กลายสภาพเป็นวัดมีพระสงฆ์ ต่อจากนั้นมีการพัฒนาให้เจริญรุ่งเรืองเป็นลำดับ จนได้รับการคัดเลือกจากกรมการศาสนาให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๑ และเป็นวัดพัฒนา ดีเด่นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ เนื่องจากวัดนี้เป็นวัดโบราณ มีโบราณวัตถุที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมศิลปากร และทางราชการประกาศให้เป็นวัดสำคัญและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดนครสวรรค์ นอกจากนั้นเสนาสนะและสิ่งก่อสร้างในวัดได้รับการสร้างและพัฒนาให้มั่นคงถาวร จึงได้รับเกียรติ ให้สถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ กระทรวง ศึกษาธิการได้ออกประกาศเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๔
ทรัพย์สิน
ที่ดินตั้งวัด เนื้อที่ ๑๐๙ ไร่ ๑ งาน ๑๐ ตารางวา
อาคารเสนาสนะมี พระอุโบสถกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๓๖ เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก แบบทรงไทย หลังคา ๓ ลด พื้นและผนังปูด้วยหินอ่อนหลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีดินเผา มีวิหารล้อมรอบ ๓ ด้าน ภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง
ศาลาการเปรียญ กว้าง ๓๙ เมตร ยาว ๔๕ เมตร แบบทรงไทยชั้นเดียว สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีดินเผา
วิหาร ๓ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงหลังคาไม้มุงกระเบื้อง
กุฏิสงฆ์จำนวน ๑๕ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงด้วยกระเบื้อง ๕ หลัง สร้าง แบบครึ่งตึกครึ่งไม้ ๑๐ หลัง
อาคารรามานุสรณ์ เป็นอาคารโรงเรียนพระปริยัติธรรม ๔ ชั้น ขนาดชั้นละ ๕ ห้องเรียน ชั้นล่าง ใช้เป็นห้องโถงประชุมใหญ่ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕
ห้องสมุด สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงด้วยสังกะสีเคลือบสีเป็นอาคาร ๒ ชั้น กว้าง ๕ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙
ฌาปนสถาน สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๓ ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก
ศาลาธรรมสังเวช จำนวน ๓ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก
มณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาท สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก แบบทรงไทยจตุรมุข
พระอุโบสถหลังเก่า กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๐ เมตร สร้างด้วยอิฐโบราณ
ปูชนียวัตถุมีพระพุทธไสยาสน์ ยาวประมาณ ๑๐ วาเศษ รอยพระพุทธบาทจำลองข้างซ้าย ซึ่งกล่าวในศิลาจารึกว่า พระยาธรรมิกราช ได้นำมาจากลังกาทวีปมาประดิษฐานบนยอดเขาปากพระบาง ปัจจุบันประดิษฐานในวิหาร และเจดีย์ใหญ่สมัยสุโขทัย
วัดวรนาถบรรพต มีปูชนียวัตถุที่สำคัญซึ่งทางกรมศิลปากรได้นำขึ้นทะเบียนโบราณสถาน โบราณวัตถุ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ คือ
๑. รอยพระพุทธบาทจำลองสมัยสุโขทัย ๒. เจดีย์บรรจุพระบรมธาตุ ๒ องค์ เป็นเจดีย์แบบทรงสุโขทัย ๓. วิหารและพระนอนใหญ่ ๔. ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่ได้นำมาจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย ได้นำมาปลูกเมื่อวันเพ็ญวิสาขบูชา พ.ศ. ๒๕๒๘ ๕. พระอุโบสถหลังเก่า แบบโบราณ • พระพุทธรูป ปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย หน้าตัก ๒๐ นิ้ว
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ ในด้านการศึกษา ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลี ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นต้นมา เป็นสนามสอบธรรมสนามหลวง นอกจากนั้นยังเป็นที่อบรมศีลธรรม วัฒนธรรม จริยธรรม แก่นักเรียนและประชาชนทั่วไป วัดวรนาถบรรพต ได้ช่วยสงเคราะห์เผาศพไม่มีญาติหรือมีญาติแต่ยากจนจากทางโรงพยาบาล เป็นประจำตลอดมา อนุญาตให้เทศบาลขอยืมสถานที่สร้างโรงเรียนเพื่อเป็นที่ศึกษาของเด็ก รับเป็น ผู้อุปถัมภ์ช่วยจัดอบรมศีลธรรมแก่เด็ก ช่วยจัดหาทุนอาหารกลางวันแก่เด็กยากจน จัดตั้งทุนสงเคราะห์แก่เด็กนักเรียนยากจน รวมทั้งให้ความร่วมมือแก่ทางการคณะสงฆ์และทางราชการฝ่ายบ้านเมือง ได้ใช้สถานที่ของวัดเป็นที่ประชุมและอบรม รวมทั้งประกอบกิจกรรมอย่างอื่นเป็นครั้งคราวตลอดมา
การบริหารและการปกครอง วัดวรนาถบรรพต จัดการปกครองโดยการแต่งตั้งผู้ช่วยเจ้าอาวาสขึ้นเพื่อแบ่งเบาภาระจากเจ้าอาวาส ในการปกครองดูแลพระภิกษุ สามเณร และศิษย์ในวัดให้ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย กฎและข้อบังคับ ของมหาเถรสมาคมอย่างเคร่งครัด เจ้าอาวาสนับตั้งแต่บูรณะพัฒนาวัดร้างเป็นวัดมีพระสงฆ์เป็นต้นมา มี ๓ รูป คือ
๑. พระอธิการทอง สุวณฺโณ พ.ศ. ๒๔๑๕ -๒๔๘๔ ๒. พระครูนิวิฐธรรมคุณ (ทองใบ) พ.ศ. ๒๔๙๕ -๒๕๐๖ ๓. พระสุธีธรรมโสภณ (วิศิษฐ ป.ธ. ๖) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นต้นมา.