วัดช้างเผือก

วัดช้างเผือก ตั้งอยู่เลขที่ ๒๒๖ บ้านวัดช้างเผือก หมู่ที่ ๓ ตำบลพานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๕ ไร่ ๒ งาน อาณาเขต ทิศเหนือ- ประมาณ ๒ เส้น จดถนนริมแม่น้ำโขง ทิศใต้ประมาณ ๒ เส้น ๒ งาน จดที่ดินนายถ้ำ เทวงษา ทิศตะวันออกประมาณ ๒ เส้น ๒ งาน จดถนนซอย ๑๔ ทิศตะวันตกประมาณ ๑ เส้น จดถนน ซอย ๑๓ อาคารเสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถเดิมสร้างสมัยพระไชยเชษฎาธิราช บูรณะใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๕ ศาลาการเปรียญทรงไทยชั้นเดียวสร้าง พ.ศ. ๒๕๑๐ กุฏิสงฆ์ จำนวน ๕ หลัง เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น ปูชนียวัตถุมีพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ สมัยอู่ทองหน้าตัก กว้าง ๒๖ นิ้ว พระพุทธรูปบูชาเนื้อสัมฤทธิ์จำปา หน้าตักกว้าง ๑๒ นิ้ว พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ เนื้อขันลงหิน หน้าตักกว้าง ๑๒ นิ้ว พระบูชาสัมฤทธิ์ ศิลปลาวหน้าตักกว้าง ๙ นิ้ว พระธาตุพระอรหันต์สาวก ๕๐ องค์ และเจดีย์ช้างเผือก บูรณะสร้างครอบองค์เก่าเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ กว้าง เมตร สูง ๑๘ เมตร

วัดช้างเผือก สร้างเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๑๐๖ เป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่สร้างขึ้นเมื่อพระไชยเชษฐาธิราชอพยพผู้คนชาวเชียงใหม่ มาตั้งนครศรีเชียงใหม่ในการอพยพ ได้นำช้างเผือกคู่บารมีมาด้วย ต่อมาช้างเผือกป่วยเป็นโรคห่าแล้วตายลง จำต้องทำการเผาแล้วก่อเป็นเจดีย์ เรียกเจดีย์ช้างเผือกและสร้างเป็นวัดชื่อวัดช้างเผือก ได้รับพระราชทานวิสงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๑๑๐ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๕๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ เจ้าอธิการหมื่น พ.ศ. ๒๔๓๕-๒๔๕๐ รูปที่ ๒ พระครูวัชรคณาภรณ์ (เพชร โมสโก) พ.ศ.๒๔๕๑-๒๕๐๒ รูปที่ ๓ พระอธิการสว่าง ปญฺญาวโร พ.ศ. ๒๕๐๓-๒๕๑๗ รูปที่ ๔ เจ้าอธิการคำภา ถาวโร พ.ศ. ๒๕๐๘-๒๕๑๓ รูปที่ ๕ พระครูศรีนพบุรารักษ์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นต้นมา การศึกษามี โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เปิดสอน พ.ศ. ๒๔๙๘ และศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด เปิดสอน ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๕-๒๕๒๑