วัดจอมทอง
วัดจอมทอง ตั้งอยู่เลขที่ ๑๑๗ บ้านจอมทอง หมู่ที่ ๑๓ ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๗ ไร่ ๑ งาน ๒๘ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือประมาณ ๓ เส้น จดสวนของนายผนึก สิงหาศิริ ทิศใต้ประมาณ ๓ เส้น จดโรงสีไฟซอเซ้ง และโรงเรียนประชาบาลจุมพลพิสัย ทิศตะวันออกประมาณ ๔ เส้น ๑ วา ๒ ศอก จดโรงสีไฟซอเช้ง และที่ดินของนายฉลอง สิงหาศิริ ทิศตะวันตกประมาณ ๓ เส้น จดโรงเรียนประชาบาลจุมพลโพนนิสัย และบ้านของนายสมควร
เสนาอาจ อาคารเสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถ สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคาทรงไทย ๒ ชั้น ๓ ระดับ มุงกระเบื้องเคลือบดินเผาแบบสุโขทัย ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๓ กุฏิสงฆ์ จำนวน ๗ หลัง เป็นอาคารไม้ ๓ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๒ หลัง และตึก ๒ หลัง ปูชนียวัตถุมีพระพุทธรูปทองเหลือง ลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๑๒๖ เซนติเมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๘ พระสาวกซ้ายขวาทำ
ด้วยทองเหลือง ลงรักปิดทอง พระพุทธลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย พระพุทธรูปทองขัด ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๖๓ เซนติเมตร พระสิงห์ ๑ แบบเชียงแสนรมดำ พระพุทธรูปรมดำ ปางมารวิชัย ๒ องค์ พระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน หน้าตักกว้าง ๒๓ เซนติเมตร และธรรมาสน์
วัดจอมทอง สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๖ โดยมีพระยาสุนทรธรรมธาดา (คำสิงห์ สิงหศิริ) เจ้าเมืองโพนพิสัย เป็นผู้สร้างวัดขึ้น ในที่ดินอันเป็นมรดกของบิดาคือ พระพฤกษ์มนตรี และมารดาชื่อ ทองศรี เพื่อเป็นอนุสรณ์ฉลองเกียรติที่ได้กลับมาสู่ปิตุภูมิหลังจากได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองประชุมพนาลัย และเจ้าเมืองรัตนวาปี และวัดนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ เขตวิสุงคามสี กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๔ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระครูบุญมี กิตติวณฺโณ พ.ศ. ๒๔๔๖-๒๔๕๘ รูปที่ ๒ พระอธิการด้วง จิตุตวงโส พ.ศ. ๒๔๕๘-๒๔๖๕ รูปที่ ๓ พระอธิการบุญจันทร์ จนฺทวโร พ.ศ. ๒๔๖๕-๒๔๗๐ รูปที่ ๔ พระอธิการวรกฏ อุตตโร พ.ศ. ๒๔๗๐-๒๔๗๕ รูปที่ ๕ พระอธิการเปลี่ยน สุภิโต พ.ศ. ๒๔๕๔-๒๔๗๙ รูปที่ ๖ พระอธิการผัง คนธุโร พ.ศ. ๒๔๗๙-๒๔๘๔ รูปที่ ๗ พระครูพิเศษคณาภิบาล (อูด) พ.ศ. ๒๔๘๔-๒๔๙๖ รูปที่ ๘ พระครูอุดมพิสัยคณารักษ์ บุญถึง พ.ศ. ๒๔๙๖-๒๕๓๓ การศึกษามี โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เปิดสอน พ.ศ. ๒๕๒๐ และศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนา วันอาทิตย์ เปิดสอน พ.ศ. ๒๕๓๒ นอกจากนี้มีหอสมุด และหน่วย อ.ป.ต.