วัดหนองคอน

วัดหนองคอน ตั้งอยู่ที่บ้านหนองคอน หมู่ที่ ๕ ตำบลโพนแพง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๕ ไร่ อาณาเขต ทิศเหนือประมาณ ๕ เส้น จดที่ดินของนิคม ทิศใต้ประมาณ ๕ เส้น จดที่ดินของนิคม ทิศตะวันออกประมาณ ๓ เส้น จดถนน-

สาธารณะ ทิศตะวันตกประมาณ ๓ เส้น จดหนองน้ำสาธารณะ (หนองบัว) อาคารเสนาสนะประกอบ- ด้วยอุโบสถ กว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๘ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นอาคารทรงไทยอเนกประสงค์ที่มี อุโบสถและศาลาการเปรียญอยู่ด้วยกัน ภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง ภาพปฐมสมโพธิ และพระเจ้าสิบชาติ กุฏิสงฆ์จำนวน ๖ หลัง เป็นอาคารไม้ ๕ หลัง และอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น ๑ หลัง ศาลา- อเนกประสงค์ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ ศาลาบำเพ็ญกุศล สร้างด้วยคอนกรีต- มีหอสมุดและหอกลองอยู่ด้วยกัน ปูชนียวัตถุมีพระพุทธชินราชจำลอง ปางสมาธิ หน้าตักกว้าง ๐ นิ้ว สูง ๖๕ นิ้ว และพระอัครสาวกประทับยืน สูง ๖๐ นิ้ว สร้างด้วยทองสัมฤทธิ์

วัดหนองคอน ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศตั้งวัดเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ โดยมีนายเชย รัตนะ เป็นผู้ขออนุญาตสร้างและ ตั้งวัด ในที่ดินของกรมประชาสงเคราะห์ทางวัดได้รับพระราชทานวิสงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๘ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส- เท่าที่ทราบนาม คือ พระครูวีรกิจพิทักษ์ การศึกษามีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม

วัดหนองเค็ม (ป่าไชยศรี)

วัดหนองเค็ม ตั้งอยู่ที่บ้านหนองเค็ม หมู่ที่ ๒ ตำบลนาทับไฮ อำเภอโพนพิสัย จังหวัด- หนองคาย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๒๑ ไร่ อาณาเขต ทิศเหนือประมาณ ๗ เส้น จดทาง ร.พ.ช. ทิศใต้ประมาณ ๗ เส้น จดถนนและทุ่งนา ทิศตะวันออกประมาณ ๓ เส้น จดบ้าน- โนนเรียง ทิศตะวันตกประมาณ ๓ เส้น จดโรงเรียนบ้านหนองเค็ม อาคารเสนาสนะประกอบด้วย ศาลาการเปรียญ สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๓ เป็นอาคารไม้ กุฏิสงฆ์ จำนวน ๕ หลัง เป็นอาคารไม้ ปูชนียวัตถุมี พระพุทธรูปคอนกรีต หน้าตักกว้าง ๑.๕๐ เมตร สูง ๒.๕๐ เมตร พระพุทธรูปขนาดเล็กปั้นด้วย คอนกรีต ๔ องค์

วัดหนองเค็ม ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๐ ทางวัดใช้ชื่อวัดป่าไชยศรี หรือป่าชัยศรี การบริหาร และการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ หลวงปู่พรหมา พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๓๒ รูปที่ ๒ หลวงพ่อพรหมา พ.ศ. ๒๕๓๓-๒๕๓๔ รูปที่ ๓ พระเลื่อน ทสุสโร ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๔ เป็นต้นมา