วัดชนาธิปเฉลิม

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดชนาธิปเฉลิม เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๒๔ ถนนศุลกานุกูล ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๒๕ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๓ ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง นับตั้งแต่วันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔

เขตที่ตั้งและอุปจารของวัด

ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๔๕ ไร่ ๔ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๑๑ เส้น ติดต่อกับที่ดินเอกชน ทิศใต้ยาว ๑๒ เส้น ติดต่อกับที่ดินเอกชน ทิศตะวันออกยาว ๔ เส้น ๒ วา ติดต่อกับถนนศุลกานุกูล ทิศตะวันตกยาว ๔ เส้น ๒ วา ติดต่อกับคลองบำบัง

พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบ เดิมเป็นที่ลุ่มได้ถมดินให้เป็นที่ราบสูงขึ้นและได้สร้างกำแพงรอบบริเวณวัด ๒ ด้าน คือ ด้านหน้าและด้านข้างติดถนนศุลกานุกูล ด้านหลังติดคลอง เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองสตูล

ความเป็นมา

วัดชนาธิปเฉลิม สร้างขึ้นเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๒๕ เดิมชื่อวัดมาบัง ในปี พ.ศ. ๒๔๘๒ พระธรรมวโรคม ได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็นวัดชนาธิปเฉลิม ตามนโยบายรัฐนิยมในสมัยนั้น ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ในชื่อวัดมาบัง เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๓ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๑ เส้น ยาว ๒ เส้น ต่อมา ในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ พระสุธรรมโสภณ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่านได้ดำเนินการพัฒนาวัด ให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นตามลำดับอย่างไม่หยุดยั้ง จนได้รับคัดเลือกเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างของกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๘ และได้รับพิจารณายกให้เป็นวัดพัฒนาดีเด่นของคณะสงฆ์ ภาค ๑๘ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๙

วัดชนาธิปเฉลิม เป็นวัดติดชายแดนระหว่างประเทศไทยกับสมาพันธรัฐมาเลเซีย ตั้งอยู่ในแวดวงของคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม แต่มีประชาชนชาวพุทธให้ความเลื่อมใสศรัทธามาก เป็นวัดที่มีเสนาสนะมั่นคงถาวรมีการปกครองเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นที่ก่อตั้งการสอนนักธรรมและบาลีเป็นสำนักเรียนแห่งแรกของจังหวัดสตูล และเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาของทางราชการและประชาชนทั่วไป จึงได้รับเกียรติสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓ กระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศ วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๔

ทรัพย์สินที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๔๕ ไร่ ๔ ตารางวา อาคารเสนาสนะมี พระอุโบสถกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๗ เมตร เป็นอาคารสองชั้น โครงสร้างครึ่งตึกครึ่งไม้ มีกำแพงแก้วโดยรอบ วิหารสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทย ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๔๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๔ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ลักษณะทรงไทยชั้นเดียว กุฏิสงฆ์ จำนวน ๑๙ หลัง เป็นอาคารไม้เนื้อแข็งและอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาบำเพ็ญกุศล (หอฉัน) สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กกว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๕ เมตร ลักษณะทรงไทย ส่วนบนทำด้วยไม้เนื้อแข็ง หอระฆัง กว้าง ๒ เมตร ยาว ๒ เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปประจำจังหวัดสตูลคือ พระพุทธอภัยมงคลสมังดี ลักษณะทรงไทยสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กกว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๐ เมตร นอกจากนั้นมี ศาลาเฉลิมพระเกียรติ ห้องสมุดและห้องน้ำ ห้องสุขา ปูชนียวัตถุมีพระพุทธชินราช พระประธานในอุโบสถ พระพุทธอภัยมงคลสมังคี พระประธานจังหวัดสตูล รูปปั้นพระมหาสังกัจจายนะ และรูปเหมือน พระอรรถเมธี อดีตเจ้าอาวาสวัดชนาธิปเฉลิม และอดีตเจ้าคณะจังหวัดสตูล

การศึกษาและการสาธารณะสงเคราะห์ ทางวัดมีการศึกษาพระปริยัติธรรม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๓ ทั้งแผนกบาลีและนักธรรม และเปิดศูนย์- ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๘ จนได้รับคัดเลือกเป็นศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนา วันอาทิตย์ดีเด่นอันดับ ๑ ของประเทศ นอกจากนั้นจัดให้มีการแสดงพระธรรมเทศนาทุกวันธรรมสวนะทั้ง ในพรรษาและนอกพรรษา มีปาฐกถาธรรม มีการฝึกสมาธิ แจกหนังสือธรรมะเป็นครั้งคราวและออก ปฏิบัติงานพระธรรมทูตเป็นประจำทุกปีในฤดูแล้ง วัดชนาธิปเฉลิมยังอนุญาตให้ทางราชการใช้ที่ดินของวัด สร้างโรงเรียนประถมศึกษาคือโรงเรียน เทศบาล ๒ และให้สร้างโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่วัดชนาธิปเฉลิม เป็นสถานที่ตั้งพุทธสมาคมจังหวัด และ สำนักงานมูลนิธิภูริโสภณซึ่งเป็นมูลนิธิของวัด

และทางวัดยังปรับปรุงพื้นที่วัดและจัดปลูกต้นไม้ให้ เป็นระเบียบสวยงามและร่มรื่น เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาบำเพ็ญกุศลและประชาชนโดยทั่วไปได้เข้ามาพักผ่อน ภายในวัด

การบริหารและการปกครอง ทางวัดจัดการปกครองภายในวัด โดยออกระเบียบปกครองพระภิกษุสามเณรและบุคคลภายใน วัดตามสภาพสิ่งแวดล้อม ถือหลักการปกครองที่มีเป้าหมายเพื่อความเจริญในพระธรรมวินัยและ สถานภาพของสถาบันศาสนาเป็นประการสำคัญ ภายในวัดมีเจ้าอาวาสเป็นผู้ปกครอง มีรองเจ้าอาวาส และผู้ช่วยเจ้าอาวาสรับผิดชอบเฉพาะอย่างไป และจัดระเบียบให้พระภิกษุสามเณรฉันภัตตาหารร่วมกัน ที่ศาลา (หอฉัน) ทั้งในยามปกติและกรณีพิเศษ เจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม มีดังนี้คือ

๑. พระอธิการชู พ.ศ. ๒๔๔๙ -๒๔๖๐

๒. พระครูสตูลสมณมุณี (หมุด) พ.ศ. ๒๔๖๐ - ๒๔๗๐

๓. พระครูซุ่ม พ.ศ. ๒๔๗๐ - ๒๔๗๒

๔. พระแสง พ.ศ. ๒๔๗๓ -๒๔๗๔

๕. พระอรรถเมธี (เปลื้อง ฐิตาโภ) พ.ศ. ๒๔๗๕ - ๒๕๐๓

๖. พระครูกูริโครน พ.ศ. ๒๕๐๓ - ๒๕๒๕

๗. พระครูสุธรรมโสภณ (สนิท สุวิชโน) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๕๒๕ เป็นต้นมา.