วัดบุบผาราม

วัดบุพพาราม ตั้งอยู่เลขที่ ๑๔๓ ถนนท่าแพ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๔ ไร่ ๓ งาน ๒๙ ตารางวา น.ส. ๓ เลขที่ ๒๕๑๗ อาณาเขต ทิศเหนือประมาณ ๕ เส้น ๑ วา จดถนนท่าแพ ทิศใต้ประมาณ ๕ เส้น ๑ วา จดบ้านเรือนของประชาชน ทิศตะวันออกประมาณ ๑ เส้น ๑๖ วา จดบ้านประชาชน ทิศตะวันตกประมาณ ๑ เส้น ๑๖ วา จดซอยท่าแพซอย ๓ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ เป็นตึกหลังคามุงกระเบื้องดินเผาแบบโบราณ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ ๒ หลัง วิหาร ศาลาอเนกประสงค์ หอมณเฑียรธรรม ปูชนียวัตถุมี พระประธานในวิหารใหญ่ หล่อด้วยทองแดงหนัก ๑ โกฏิ พระพุทธบุพพาภิมงคล ภ.ป.ร. ประดิษฐานบนหอมณเฑียรธรรม และพระพุทธรูปไม้สักมีนามว่า พระพุทธนเรศสักชัยไพรีพินาศ ประดิษฐานบนหอมณเฑียรธรรม

วัดบุพพาราม สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๐๓๙ ชาวบ้านเรียกว่า วัดอุปา มีประวัติความเป็นมากล่าวไว้ว่า พระเจ้าติลกปนัดดาธิราช ทรงสร้างเมื่อบีมะโรง เดือน ๑๑ แรม ๗ ค่ำ วันอังคาร จุลศักราช ๘๕๘ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๐๗๐ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๔ เมตร การบริหารและการปกครองมีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบ นาม คือ รูปที่ ๑ ครูบาเกดำ รูปที่ ๒ ครูบาเกขาว รูปที่ ๓ ครูบาโบก รูปที่ ๔ ครูบาด้วง รูปที่ ๕ ครูบาชาญ รูปที่ ๖ ครูบาวงศ์ รูปที่ ๗ ครูบาหลาน รูปที่ ๘ พระสมุห์เกษา พ.ศ. ๒๔๖๕-๒๔๘๐ รูปที่ ๙ พระอธิการสว่าง พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๔๙๑ รูปที่ ๑๐ พระอธิการคำต้น พ.ศ. ๔๑-๒๔๙๙ รูปที่ ๑๑ พระอุดมกิตติมงคล ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๔ เป็นต้นมา การศึกษามี ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เบิกสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ และโรงเรียนพระปริยติธรรม แผนกธรรมและบาลี นอกจากนี้มีศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่น ศูนย์ธรรมานามัย ชมรมนักกลอนเชียงใหม่-ลำพูน ห้องสมุด ศูนย์เผยแผ่ธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และชมรมอนุรักษ์วัฒนธรรม