วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรื่อง
วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง ตั้งอยู่เลขที่ ๒๓๑ บ้านรมย์ ถนนตากสิน ตำบลหนองหลวง อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๐ ไร่ ๒ งาน ๑².๓๐ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๑๕๒ เมตร ติดต่อกับที่ดินสาธารณะ ที่ตั้งศาลสมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราช ทิศใต้ยาว ๒๑๒ เมตร ติดต่อกับถนนจรดวิถีถ่อง ทิศตะวันออกยาว ๖๖๕๐ เมตร ติดต่อกับที่ตั้งโรงเรียน ทิศตะวันตกยาว ๘๔ เมตร ติดต่อกับถนนตากสิน โดยมี โฉนดที่ดินเลขที่ ๖๔๖ เป็นหลักฐาน และที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๓ แปลง เนื้อที่ ๔ ไร่ ๓ งาน ๑๔๐ ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ ๑๐๘๑, ๑๐๘๒, ๒๑๐๖
พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่เนินสูง อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง ๒.๑๐ เมตร ยาว ๑๔๒๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๔๐๒ ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๔ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๖ หอสวดมนต์กว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๓๒๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๔๘๒ กุฎิสงฆ์ จำนวน ๓ หลัง สำหรับปูชนียวัตถุมี พระประธานในอุโบสถ และที่ศาลาการเปรียญมี พระประธานเรียก "หลวงพ่อพุทธมนต์" เนื้อสัมฤทธิ์สมัยสุโขทัย ซึ่งสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษ ที่ ๑ ตอนต้น มีพุทธลักษณะที่สวยงามมาก
วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. ๒๐๐ ผู้สร้างคือ พระยาวิชิตรักษา (แก้ว เจ้าเมืองตาก) อุโบสถสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๐ แต่เดิมนั้นมีอยู่ ๒ วัด ติดต่อกันคือ วัดโบสถ์มณีราษฎร์ กับวัดศรีบุญเรือง โดยมีกำแพงกั้นอยู่ด้านหลังอุโบสถ ของวัดโบสถ์มณีราษฎร์ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๘๕๖ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพรายาวชิรญาณ- วโรรส ได้เสด็จตรวจการคณะสงฆ์ จังหวัดตาก ได้เสด็จเยี่ยมวัดโบสถ์มณีราษฎร์วันที่ ธันมกราคม
พ.ศ. ๒๔๕๖ พระองค์ทรงปรารภว่า ถ้าได้รวมวัดสรีบุญเรื่องกับวัดโบสถ์มณีราษฎร์เป็นวัดเดียว โดยให้ชื่อว่า "วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง" จะเป็นการดียิ่ง หลังจากนั้นจึงได้มีการรวมวัดทั้งสอง ดังกล่าวเป็นวัดเดียวกัน ต่อมาได้มีการเปลี่ยนนามวัดเสียใหม่ให้มีนามว่า "วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรื่อง" เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๓ นับเป็นวัดชนิดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามส์มาแล้วประมาณ พ.ศ. ๒๑๐ มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา 8 รูป สามเณร 6 รูป ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรมตลอดมา มีโรงเรียนของทางราชการตั้งอยู่ในที่วัดนี้ด้วย ซึ่งทางวัดได้ให้การอนุเคราะห์ด้วยดีตลอดมา เจ้าอาวาสมี ๕ รูป คือ รูปที่ ๑ พระครูวิสุทธิสมณาจารย์ (บุญทัน) รูปที่ ๒ พระอุบัชณาย์ลือ รูปที่ ๓ พระรัตนสีมารักษ์ (ทิน เวชกาวิ) ถึง พ.ศ. ๖๓ รูปที่ ๔ พระครูปัญญาวินิจฉัย พ.ศ. ๒๔-๒๕๒๓ รูปที่ ๕ พระมหาบุญลอม กิรธมฺโม รักษาการตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นต้นมา.