วัดพระฝางสว่างคบุรีมณีนาถ
วัดพระฝางสว่างคบุรีมุนีนาถ ตั้งอยู่เลขที่ ๔๘ บ้านฝาง หมู่ที่ ๓ ตำบลผาจุก อำเภอ เมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๔๗ ไร่ ๒ งาน ๕ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๑๕๕ วา ติดต่อกับแม่น้ำน่าน ทิศใต้ยาว ๑๕๕ วา ติดต่อกับที่ดินมีการครอบครอง ทิศตะวันออกยาว ๑๒๓ วา ติดต่อกับที่ดินมีการครอบครอง ทิศตะวันตกยาว ๑๒๓ วา ติดต่อกับที่ดินมีการครอบครอง โดยมี น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๔๕ เป็น หลักฐาน และมีที่ธรณีสงฆ์จำนวน ๒ แปลง เนื้อที่ ๒๘ ไร่ ๖๔ ตารางวา ตาม น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๑๕๐๑
พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบสูงอยู่ริมแม่น้ำน่านทางฝั่งใต้ตลอดแนวเขตวัด และมีถนน ร.พ.ช. ๑๑๐๐๘ ผ่านหน้าวัด การคมนาคมสะดวก อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๒ เมตร ก่ออิฐถือปูนตามแบบโบราณ ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๓๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นอาคารไม้ กุฏสงฆ์ จำนวน ๓ หลัง เป็นอาคารไม้ สำหรับบูชนิยวัตถุม พระพุทธรูปปางมารวิชัย เนื้อสัมฤทธิ์ สมัยเชียงแสน หน้าพระเพลากว้าง ๗๕ นิ้ว สูง ๑.๗๕ เมตร ซึ่งกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนไว้แล้วพร้อมกับวิหารหลวง วิหารพระฝาง และ องค์พระฝาง (อยู่ที่วิหารสมเด็จ วัดเบญจมบpิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร) นอกจากนี้ มีพระประธานองค์ใหญ่ในวิหารหลวง พระสังกัจจายน์ รอยพระพุทธบาทจำลอง และเจดีย์ พระธาตุพระฝาง
วัดพระฝางสว่างคบุรีมนีนาถ เดิมมีนามเรียกสั้น ๆ ว่า "วัดพระฝาง" หรือบางแห่ง เขียนเป็น "วัดสว่างคบุรีมุนีนาก" เป็นวัดที่เก่าสร้างมาแต่สมัยสุโขทัย เป็นที่ชุมนุมเจ้าพระฝ่าง ตามทะเบียนวัดระบุไว้ประมาณ พ.ศ. ๑๗๐๐ ไว้โดยประมาณ มีอุโบสถเป็นที่กระทำสังฆกรรมตลอดมา จึงจัดเข้าเป็นวัดชนิดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาประมาณ พ.ศ. ๑๗๒๒ ในช่วงที่บ้านเมือง ไม่สงบวัดนี้ก็ได้ว่างเว้นเจ้าอาวาสปกครองดูแลวัดไปบ้าง ขาดพระสงฆ์อยู่จำพรรษาบ้าง ทำให้ วัดทรุดโทรมลงตามสมควร แต่โดยที่เป็นวัดเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์จึงมีความสำคัญอยู่มาก ภายหลังได้รับการทะนุบำรุงด้วยดีตามลำดับ เช่น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ ได้ทรงสร้าง
องค์พระธาตุพระฝางที่องค์เดิมได้ปรักหักพังลง และต่อมาเจ้าคณะจังหวัดก็ได้ดำเนินการจัดสร้าง ขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง ดังปรากฏอยู่ในปัจจุบัน สำหรับอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ก็ได้มีการเข้มงวด ปรับปรุงตลอดมา
เกี่ยวกับการศึกษานอกจากจะได้จัดให้มีการเรียนและการสอนพระปริบัติธรรมแล้ว ยังมี ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ และอนุญาตให้ทางราชการจัดตั้งโรงเรียนประถมศึกษาขึ้นในที่วัดนี้ด้วย พร้อมกับได้จัดมอบทุนการศึกษาทุกปี ปีละ ๓ ทุน
สำหรับพระภิกษุอยู่จำพรรษามีฤดูวาสนาที่พรหมมีส รูป คือ รูปที่ พระพุฒและ รูปที่ หลวงพ่อฮวม รูปที่ ๔ พระอาจารย์อุไร พ.ศ. ๒๕๒๑ รูปที่ ๒ พระมหาทองดี กนุตส์โล นับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นต้นมา.