วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่บ้านพระปรางค์ หมู่ที่ ๖ ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๐๐ ไร่ ๒ งาน อาณาเขต ทิศเหนือและทิศใต้ติดต่อกับลำแม่น้ำยม ทิศตะวันออกติดต่อกับที่สาธารณะ ทิศตะวันตกติดต่อกับหมู่บ้านพระปรางค์กับวัดน้อย
พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบสูงอยู่ริมแม่น้ำยม มีลักษณะคล้ายแหลมรู้ข้อสอก มีแม่น้ำยมขนาบสองด้านโอบหัวแหลมทำให้เนื้อที่วัดคอดกิ่วตรงกลาง อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี พระอุโบสถกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๓๖ เมตร ภายในมีพระประธานศิลาลังกาและมีพระพุทธรูปเก่าเนื้อสัมฤทธิ์ปางต่าง ๆ อีก ๑๘ องค์ พระปางค์สร้างด้วยศิลาแลงเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุฐาน
กว้างยาวด้านละ ๑๑ วา สูง ๒ วา ศาลพระร่วง พระลือเป็นตึกกว้างยาวด้านละ ๓ วา ๑ คืบ ๓ นิ้ว พระธาตุมเตาเป็นพระเจดีย์ทรงกลมศิลาแลงฐานโดยรอบ ๒ วา สูง ๑๐ วา นอกจากนี้มีพระวิหาร พระปรางค์ พระอัฐารส หลวงพ่อสองพี่น้องและกุฎิเสนาสนะอีกหลายหลัง รวมทั้งอาคารเรียนพระปริยัติธรรมและณาปนสถานอีกด้วย
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ นับว่าเป็นวัดโบราณที่ได้สร้างมานาน ตามทะเบียนวัดระบุปีที่ ตั้งวัดและวิสุงคามสีมาไว้ประมาณ พ.ศ. ๑๑๔๓ ที่ได้มีนาบวัดอย่างนั้น เพราะมีพระปรางค์เป็นที่ บรรจุพระบรมสาริริกธาตุ และมีโบราณวัตถุสถานอื่นอีกหลายรายการ ซึ่งกรมศิลปากรได้ประกาศ ขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุสถานไว้
เดิมนั้นมีนามว่า "วัดพระบรมธาตุ"
และได้มีการเรียกขานกันในนามอื่นอีก เช่น "วัดพระปรางค์" บ้าง "วัดพระพุทธปรางค์" บ้าง หรือ "วัดพระร่วง" ก็เรียก เมื่อคราว ข้าศึกกรุงรานบ้านเมืองในปี พ.ศ. ๒๓๐ พ.ศ. ๒๓๑๓ และ พ.ศ. ๒๓๒๘ วัดนี้ได้ถูกข้าศึกเผา- ผลาญวัดถึง ๓ ครั้ง พระสงฆ์ต้องทั้งวัดไปในบางช่วงบางระยะกาลเวลา เมื่อบ้านเมืองสงบเรียบ ร้อยแล้วประชาชนก็ได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดให้มั่นคงขึ้นมาอีก และที่ได้มีการบูรณะ ก่อสร้างสิ่งใหม่ ๆ อย่างจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๘๕ เป็นต้นมา ครั้นวัดเจริญมั่นคงดีแล้วจึงได้ เปลี่ยนนามวัดเสียใหม่จาก "วัดพระแรมชาตุ" เป็น "วัดพระศรีรัตนมราคาดุ" ตั้งแต่วันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘ เป็นต้นมาตราบเท่าทุกวันนี้
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ นับว่าเป็นวัดที่เก่าแก่มีความสำคัญอยู่มากทั้งในทางสังคมและ ประวัติศาสตร์ ทางด้านการศึกษาทางวัดได้สนับสนุนให้มีการศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรม และบาลีด้วยดีตลอดมา จึงได้รับการเชิดชูเกียรติให้สถาปนาเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิด ราชวรวิหารนับตั้งแต่วันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๑ กระทรวงศึกษาธิการหรือกระทรวงวัฒนธรรม ในขณะนั้น ได้ประกาศลงวันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๑
เจ้าอาวาสมินามว่า พระมุณินทรานุวัตต์ (มุณินทร์ สุนุทโร ป.ธ. ๔) พ.ศ. ๒๖๗ เป็นต้นมา มีพระภิกษุอยู่จำพรรษาประมาณบีละ ๒๐ รูป สามเณร ๕ รูป.