วัดพญาภู
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดพญากู เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ที่ถนนพญากู ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๔ ไร่ ๓ งาน ๓ ตารางวา ตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๕๖ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๑ ได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวงนับตั้งแต่วันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๑
อาณาเขตและอุบจาระวัด ทิศเหนือยาว ๗๐ เมตร ติดต่อกับบริเวณที่ตั้งสถานีตำรวจมีทางสาธารณะคั่นกลาง ทิศใต้ยาว ๖๗.๕๐ เมตร ติดต่อกับถนนหน้าวัด ทิศตะวันออกยาว ๘๒.๕๐ เมตร ติดต่อกับ ที่ดินของเอกชนมีทางสาธารณะคั่นกลาง ทิศตะวันตกยาว ๘๒ เมตร ติดต่อกับที่ดินของ เอกชนและมีทางสาธารณะคั่น อาณาบริเวณวัดมีกำแพงก่ออิฐถือปูนโดยรอบทั้งสี่ทิศ ด้านนอก กำแพงวัดมีกำแพงอยู่บนทางสาธารณะ การจราจรติดต่อกับวัดนี้สะดวก
ทรัพย์สิน ที่ดินตั้งวัดมี ๓ แปลง เนื้อที่ ๔ ไร่ ๓ งาน ๓ ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ ๑๖ เล่มที่ ๓ หน้า ๒ และเลขที่ ๑๒๕, ๑๒๕๖ เล่มที่ ๑๓ หน้า ๕๕, ๕๖ ที่ดินสงฆ์มี ๒ แปลง เนื้อที่ ๑ งาน ๘๕ ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ ๑๒๕๕, ๑๒๕๖ เล่มที่ ๑๓ หน้า ๕๕, ๕๖ ได้แบ่งให้ประชาชนเช่าปลูกบ้านพักอาศัย ปูชนียวัตถุมี พระประธานในพระอุโบสถปางมารวิชัย ศิลปแบบพม่า พระประธาน พระวิหารปางมารวิชัยสมัยเชียงแสน ขนาดพระเพลากว้าง ๑๑ ศอก เป็นพระประธานที่ใหญ่ ที่สุดในจังหวัดน่าน กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุไว้แล้ว พระพุทธรูป ปางลิลา ๒ องค์ เรียกว่า "พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี" สมัยสุโขทัยอยู่ในพระวิหาร สร้างโดย
พระยางั่วยาสุม (หลานของพระยาภูเข็ง) เจ้าผู้ครองเมืองน่านองค์ที่ ๑๔ สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐ นอกจากนี้มีพระพุทธรูปโบราณขนาดและปางต่าง ๆ มีจำนวนหลายองค์ พระธาตุพญาภู รูปทรงเจดีย์แบบศิลปของล้านนา สร้างสมัยของพระยาภูเข็ง บูรณะ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๐ ศิลปวัตถุมี บานประตูพระวิหารเป็นไม้แกะสลัก จำนวน ๒ บาน สร้างโดยพระยา สรรพช่าง อายุ ๒๐๐ ปี สมัยของเจ้าฟ้าอรถวรปัญญา และมีบุษบกหรือธรรมาสน์เอก เป็น ไม้แกะสลักทรงล้านนา ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารหลวง
อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มีพระวิหารหลวงสร้างขึ้นในสมัยพระยากูเข็ง เจ้าผู้ครองนครน่าน พ.ศ. ๑๕๖ ศิลปทรงล้านนา พระอุโบสถกว้าง ๗.๖๐ เมตร ยาว ๑๐.๕๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๔๕๖ โดยมีพ่อปก่าปุกและแม่สรคำ เป็นผู้อุปถัมภ์ในการก่อสร้าง ศาลาการเปรียญกว้าง ๘ เมตร ยาว ๓๘ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๕
อาคารเรียนพระปริยัติธรรมเป็นอาคารคอนกรีต ๒ ชั้น กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๘
โดยมีแม่เปรื่อง กฤษณกลิ่น เป็นผู้บริจาคเงินค่าก่อสร้าง อาคารห้องสมุดคอนกรีต ๒ ชั้น สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๒ กุฎิสงฆ์จำนวน ๑๒ หลัง เป็นอาคารไม้ ๑๑ หลัง คอนกรีต ๑ หลัง อาคารเรียนอนุสรณ์ ๐๐ ปี หลวงพ่อวัดปากน้ำเป็นคอนกรีต ๒ ชั้น สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๕ หอระฆังคอนกรีต คุณนายสงวน เกษมสุวรรณ สร้างถวายเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ หอกลองเป็นเรือนไม้ โดยมีนาวา หลวงกฤษณ์ กฤษณกลิ่น อุปถัมภ์ในการก่อสร้าง
ความเป็นมา
วัดพญาภู บางแห่งเขียนนามวัดเป็น "วัดพระยาพู" นับว่าเป็นวัดโบราณมีมาคู่บ้าน คู่เมืองแต่เดิม ตามพงศาวดารเมืองน่านกล่าวว่าพระยาภูเข็ง (พญาภู) แห่งราชวงศ์ภูคา เจ้าผู้ครองเมืองน่าน ระหว่าง พ.ศ. ๑๕๐-๑๖ ได้สร้างวัดพญาขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๕๖ ต่อมาเจ้าผู้ครองเมืองน่านทุกพระองค์ก็ได้อุปถัมภ์วัดนี้ด้วยดีตลอดมา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ พระเจ้าอนันตวรพุทธิเดช เจ้าผู้ครองเมืองน่าน ได้บูรณะปฏิสังขรณ์เช่น บูรณะพระเจดีย์โบราณขนาดฐานกว้าง ๑๔ เมตร สูง ๒๔ เมตร
วัดพญากู ได้รับพระราชทานวิสุงคามสมาประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๑ เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ นับตั้งแต่วันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๑
ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการลงวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๑
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
ทางวัดได้จัดการศึกษาพระปริยัติธรรม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๘ มีทั้งแผนกธรรมและบาลี จำนวนนักศึกษาแต่ละปี แต่ละแผนกกว่า ๑๐๐ รูป และผลการสอบไล่สนามหลวงส่วนมากจะสอบไล่ได้เกินกว่า ๐% นอกจากนี้ยังได้เปิดสอนอักขระพื้นบ้านของล้านนาอีกด้วย สำหรับวันธรรมสวนะหรือวันสำคัญทางพุทธศาสนา
ก็ได้จัดกิจกรรมพิเศษตลอดถึงพิธีทางศาสนาอยู่เป็นประจำ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางทางสังคมในการดำเนินการ เพื่อรักษาไว้ซึ่งขนบประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นตลอดมา ที่วัดนี้มีมูลนิธิเพื่อการศึกษาคือ มูลนิธิสันติ-วลัย วาทวิสาล ตั้งอยู่ ๑ มูลนิธิด้วย
การบริหารและการปกครอง
เนื่องจากวัดพญากู เป็นวัดเจ้าคณะจังหวัดจึงเป็นศูนย์ดำเนินการต่าง ๆ มาก เจ้าอาวาส จึงมีภาระหน้าที่มากตามไปด้วย แต่ก็ได้มีกรรมการบริหารวัด มีผู้ช่วยเจ้าอาวาส 2 รูป รับผิดชอบ ดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ แบ่งเป็นฝ่ายเป็นสัดส่วนโดยชัดเจน ทำให้งานคณะสงฆ์ดำเนินไป ด้วยความเรียบร้อย
สำหรับพระภิกษุอยู่จำพรรษาแต่ละปีเกินกว่า ๒๐ รูป เช่นในปี พ.ศ. ๒๕๒ มีพระภิกษุ จำพรรษา ๓๒ รูป สามเณร ๑๐๐ รูป
เจ้าอาวาสที่ทราบนามมี ๔ รูป คือ รูปที่ ๑ พระครูถาบัณกิจโกศล พ.ศ. ๒๕๓๕-๔๗๖ รูปที่ ๒ พระอินหวัน รักษาการ พ.ศ. ๒๔๕๖ รูปที่ ๓ พระใบฎีกาบุญเสริม พ.ศ. ๒๕๘- ๒๔๘๔ รูปที่ ๔ พระราชนันทาจารย์ (ธมุมสาโรกิกขุ, บุญชู ดีปาละ) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็นต้นมา และดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดน่านอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย.