วัดแหลมยาง

วัดแหลมยาง ตั้งอยู่เลขที่ ๑๘ บ้านสะแกระหงส์ หมู่ที่ ๑๓ ตำบลมะมัง อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๕ ไร่ ๑ งาน ๔๐ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๑๒ วา ติดต่อกับที่ดินของนายยง สิงห์ทอง ทิศใต้ยาว ๒ เส้น ๑๓ วา ติดต่อกับที่ดินของนางทิม อั๊วะเลียง ทิศตะวันออกยาว ๓ เส้น ๑๑ วา ติดต่อกับที่ดินของนายฮัก สิงห์ทอง ทิศตะวันตกยาว ๕ เส้น ๔ วา ติดต่อกับที่ดินและทางสาธารณะ ตาม น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๔๘๐

พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบสูงมีป่าไม้ร่มเย็น มีแม่น้ำน่านผ่านทางทิศตะวันตก มีถนนใหญ่ อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตก มีถนนใหญ่อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกประมาณ ๑๕ เมตร

อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๒ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๔๘๐ สร้างด้วยไม้ ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๖ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๔๘๕

สร้างด้วยไม้ หอสวดมนต์กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๑๒ เมตร สร้างด้วยไม้ พ.ศ. ๒๕๐๙ กุฎิสงฆ์ จำนวน ๗ หลัง เป็นอาคารคอนกรีต ๓ หลัง อาคารไม้ ๔ หลัง สำหรับปูชนียวัตถุมี พระประธานในอุโบสถ และพระพุทธรูปขนาดและปางต่าง ๆ อีกจำนวน ๖ องค์

วัดแหลมยาง สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่วันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เดิมมีนามว่า "วัดศรีสะแกระหงส์" อยู่ในเขตท้องที่ตำบลเนินมะกอก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร โดยมีนายมั่ง นางฉิม สิงห์กวาง บริจาคที่ดินให้เป็นที่สร้างวัดเนื้อที่ประมาณ ๑๐ ไร่ ต่อมาถึงปี พ.ศ. ๒๘๖ จึงได้โอนมาขึ้นอยู่กับตำบลพิกุล อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ และได้ เปลี่ยนนามวัดเป็น "วัดแหลมยาง" ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร มีโรงเรียนประถมศึกษาของทางราชการตั้งอยู่ในวัดนี้ด้วย สำหรับพระภิกษุอยู่จำพรรษาประมาณ ๖ รูป สามเณร ๔ รูป

เจ้าอาวาสมี ๑๓ รูป คือ รูปที่ ๑ พระวอน พ.ศ. ๒๕๖๒-๒๔๒๔ รูปที่ ๒ พระเผื่อน พ.ศ. ๒๘๖๔-๒๘๖๘ รูปที่ ๓ พระอู พ.ศ. ๒๔๒๘-๔๖๕ รูปที่ ๔ พระมุ้ง รกขิโต พ.ศ. ๔๖๖-๒๔๗๑ รูปที่ ๕ พระอ้าว พ.ศ. ๒๔๗๒-๒๔๗๕ รูปที่ ๖ พระเชิญ พ.ศ. ๒๔๗๕-๒๔๗๗ รูปที่ ๗ พระอธิการพิง โชติวณุโณ พ.ศ. ๒๔๗๗-๔๘๖ รูปที่ ๘ พระอธิการเพิง อภินนุโท พ.ศ. ๒๕๖-๒๔๒ รูปที่ ๙ พระครูนิเวศธรรมนาคร (เสาว์ สติเวปุลโล) พ.ศ. ๒๕๖๒-๒๕๑๑ รูปที่ ๑๐ พระอธิการพราหมณ์ ปกสุสร พ.ศ. ๕๑๑-๒๕๑๔ รูปที่ ๑๑ พระอธิการเฉลิมชัย ชิติชโย พ.ศ. ๒๕๑๔-๒๕๗ รูปที่ ๑๒ พระสุเวช สุเมโธ รักษาการ รูปที่ ๑๓ พระอธิการสุนทร สุนุทโร ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕ เป็นต้นมา.