วัดคลองโพธิ์
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดคลองโพธิ์ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง อุตรดิตถ์ เลขที่ ๑ ถนนเจริญธรรม ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ สังกัดการปกครองคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๐ ไร่ ๒ งาน ๕ ตารางวา ได้ สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. ๒๕๒ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๒ ได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวงนับตั้งแต่วันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๐
พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบอยู่ริมถนนเจริญธรรมทางด้านตะวันตก ส่วนทางด้านทิศตะวันออก มีคลองโพธิ์ผ่าน แต่เดิมนั้นหน้าวัดอยู่ทางด้านตะวันออกนี้ เพราะการคมนาคมใช้ทางน้ำ ปัจจุบันการคมนาคมทางบกสะดวกสบาย จึงได้เปลี่ยนหน้าวัดไปอยู่ทางด้านทิศตะวันตก มี กำแพงคอนกรีตล้อมรอบขอบเขตวัด สำหรับอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ได้จัดสร้างขึ้นชิดริม ขอบเขตบริเวณวัดทางทิศเหนือ ใต้และตะวันออกเป็นระเบียบเรียบร้อย
เขตที่ตั้งและอุปจาระของวัด
ทิศเหนือ ติดต่อกับทางสาธารณะ ทิศใต้ ติดต่อกับทางสาธารณะ ทิศตะวันออก ติดต่อกับคลองโพ และห่างจากคลองโพออกไปอีกประมาณ ๒ เส้น เป็นแม่น้ำน่าน ซึ่งคลอง โพนี้แยกมาจากแม่น้ำน่าน ทิศตะวันตก ติดต่อกับถนนเจริญธรรม ห่างออกไปก็เป็นทางรถไฟ สายเหนือจากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ มีประตูเข้าวัดทั้งด้านทิศตะวันออกและตะวันตก โดยมิ ถนนผ่ากลางพื้นที่วัด ซึ่งแยกมาจากถนนเจริญธรรมทางทิศตะวันตกตรงไปทะลุออกทางด้านทิศ ตะวันออกวัด
ทรัพย์สิน
ที่ดินตั้งวัด มีเนื้อที่ ๑๐ ไร่ ๒ งาน ๗๕ ตารางวา และมีที่ธรณีสงฆ์อีก ๑ แปลง เนื้อที่ ไร่ งาน ๔๘ ตารางวา ซึ่งประชาชนได้อาศัยปลูกสร้างอาคารที่อยู่อาศัย
ปูชนียวัตถุมี พระประธานในพระอุโบสถ ขนาดหน้าพระเพลากว้าง ๑.๒๔ เมตร สูง ๑.๕ เมตร โดยมีพระอุปัชฌาย์เรื่อง เจ้าอาวาสรูปแรกเป็นผู้สร้างขึ้นด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว และได้หล่อพระอัครสาวกในอิริยาบถยืนอยู่ทางเบื้องซ้ายและขวาของพระประธานด้วย
อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี พระอุโบสถกว้าง ๑๔๒๐ เมตร ยาว ๒๕.๓๐ เมตร สร้าง ขึ้นในสมัยของเจ้าอาวาสรูปแรกประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๒ ได้บูรณะครั้งหลังเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาสองชั้น มีเสารับระเบียงด้านข้างละ ๘ ต้น มีหน้าต่าง ด้านละ ๒ ช่อง ประตูหน้าหลังข้างละ ๒ ช่อง มีกำแพงแก้วล้อมรอบ
นอกจากพระอุโบสถแล้ว มีศาลาการเปรียญเป็นอาคารคอนกรีต ๒ ชั้น กุฏิสงฆ์ จำนวน ๑๐ หลัง เป็นอาคารไม้และคอนกรีต อาคารโรงเรียนปริยัติธรรมคอนกรีต ๒ ชั้น อาคารปฐมพยาบาลคอนกรีต ห้องสมุดเพียรศรี - เต็มสุภาพ ศาลาทิพย์รัตนสามัคคี ฌาปนสถาน ถังน้ำบาดาลขนาดใหญ่ ๒ หลัง และห้องน้ำห้องส้วมจำนวน 8 หลัง ๓๖ ห้อง
ความเป็นมา
วัดคลองโพธ์ เดิมมีนามว่า "วัดป่าข่อย" ตั้งอยู่ริมคลองโพทางด้านฝั่งตะวันออก ติดต่อกับแม่น้ำน่านทางฝั่งตะวันตก ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของที่ตั้งปัจจุบัน ห่างออกไปเพียง ข้ามฟากคลองโพเท่านั้น นับว่าเป็นวัดเก่าแก่ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่เป็นวัด ที่ยังไม่มีอุโบสถ ประมาณว่าสร้างขึ้นในราวสมัยรัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ต่อมาถึงสมัยของพระอุบัชฌาย์เรื่อง สิริสมุปนุโน เป็นเจ้าอาวาสประมาณ พ.ศ. ๔ วัดป่าข่อยได้ถูกน้ำจากแม่น้ำน่านเซาะตลิ่งพังเข้ามายังพื้นที่บริเวณวัด ใกล้ที่ตั้งอาคารเสนาสนะ ต่าง ๆ ทุกที่ จึงได้ทำการย้ายเสนาสนะมาทางทิศตะวันตกโดยข้ามคลองโพมาตั้งขึ้นใหม่ทางฝั่ง ตะวันตก ซึ่งเป็นวัดปัจจุบัน อยู่ห่างจากแม่น้ำน่านประมาณ ๒ เส้น ระยะแรกที่ได้สร้างวัด ขึ้นมาใหม่ ประชาชนนิยมเรียกว่า "วัดใหม่"
ครั้นถึงประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๒ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสได้เสด็จตรวจการคณะสงฆ์หนเหนือ ได้ทรงแวะประทับแรมที่ปะรำพิธี ซึ่งคณะสงฆ์ชาวบ้านจัดสร้างขึ้นไว้รับเสด็จบนริมฝั่งแม่น้ำน่าน ซึ่งอยู่ทางด้านหน้าวัดใหม่ ครั้งนั้นพระองค์ได้มีรับสั่งกับเจ้าอาวาสวัดใหม่ว่า วัดนี้ควรจะชื่อว่า "วัดคลองโพ" ตามชื่อคลอง ตั้งแต่นั้นมา ประชาชนจึงได้เรียกว่า "วัดคลองโพ" ต่อมานิยมเขียนเป็น "วัดคลองโพธิ์" และได้ถือเป็นมงคลนามที่ได้รับประทานมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ แบ่งมาจากบิดามารดาเมื่อครั้งยังเป็นมราวาส แล้วนำเงินที่ขายได้มาเป็นทุนในการก่อสร้าง นับว่าเป็นพระอุโบสถที่สวยงามและใหญ่โตทีเดียว ระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้มีการพัฒนาวัดโดยทั่วไปตามลำดับ สำหรับพระอุโบสถได้มีการบูรณะทั้งหลังเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ ในการนี้ได้มีคุณหมอเพ็ญ นางเปล่ง กาญจนวรรธนะ บริจาคเงินเป็นทุนดำเนินการจำนวน ๔๓,๐๐๐ บาท ร่วมกับประชาชนบริจาคสมทบอีกด้วย นอกจากนี้เสนาสนะต่าง ๆ ได้มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทรัพย์สร้างถวายไว้บ้าง เป็นการบริจาคสมทบอีกด้วย ทำให้วัดเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้นตามลำดับ
วัดคลองโพธิ์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๒ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร
เนื่องจากวัดคลองโพธิ์เป็นวัดที่มีอาคารเสนาสนะเป็นระเบียบ มีการบริหารการปกครองเรียบร้อย ส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมเจริญรุ่งเรืองตลอดมา นับเป็นวัดที่มีเกียรติอย่างสูงจึงได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สถาปนาเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ นับตั้งแต่วันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๐
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
ทางวัดได้เริ่มสอนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลี ซึ่งได้เริ่มอย่างจริงจังในปี พ.ศ. ๒๔๕๓ เป็นต้นมา มีนักเรียนธรรมและบาลีมากกว่า ๑๐๐ รูป นับว่าเป็นวัดที่ส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมให้เจริญรุ่งเรืองมากวัดหนึ่ง จนได้รับการยกย่องประกาศเกียรติคุณให้เป็นสำนักเรียนปริยัติธรรมตัวอย่างในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ สำหรับกิจการและกิจกรรมต่าง ๆ ทางวัดได้มีโครงการจัดให้มีขึ้นในวัดเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนและช่วยเหลือสาธารณชน
ทั้งเป็นการเสริมสร้างและเผยแผ่ คุณธรรมจริยธรรม เพื่อสืบต่อจรรโลงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา กิจการและกิจกรรมมี การจัดตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือการกุศล การอนุเคราะห์สหธรรมิกในวัดกันดารด้วยสังคหวัตถุตามโอกาสอันควร และ กิจกรรมในวันสำคัญที่เกี่ยวกับชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์
การบริหารและการปกครอง วัดคลองโพธิ์ บริหารและปกครองวัดโดยมีคณะกรรมการดำเนินการ แต่ละงานอย่าง ชัดเจน มีผู้รับผิดชอบแต่ละอย่าง ซึ่งมีการบริหารปกครองดูแลกันตามลำดับเป็นขั้นตอนเป็น ส่วนย่อยลงไป และทั้งหมดขึ้นอยู่ในอำนาจและหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าอาวาสโดยตรง ลำดับเจ้าอาวาสมี ๔ รูป คือ ๑. พระอุบัชฌาย์เรื่อง สริสมุปนุโน ถึง พ.ศ. ๒๔๖ ๒. พระอุปัชณาย์ไฝ สริมงคล พ.ศ. ๒๔๖-๒๕๓ ๓. พระครูโอภาสคุณาธาร พ.ศ. ๒๔๓-๒๕๑๓ ๔. พระครูปริยัติสาทร ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๓ เป็นต้นมา ซึ่งดำรง ตำแหน่งรองเจ้าคณะอำเภอเมืองอุตรดิตถ์อีกด้วย.