วัดศรีสุวรรณ
วัดศรีสุวรรณ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๓ บ้านท่าตากุ้ย (ตลาดใต้) หมู่ที่ ๑ ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๖ ไร่ ๔ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๑๕ เมตร ติดต่อกับที่ตั้งโรงงานของเอกชน ทิศใต้ยาว ๒๒๘ เมตร ติดต่อกับทางสาธารณะและโรงเรียน ทิศตะวันออกยาว ๑๒๐ เมตร ติดต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันตกยาว ๑๔๒ เมตร ติดต่อกับที่ดินของเอกชน ตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๐๕๑๖ พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางฝั่งตะวันตก ห่างจากตัวเมืองนครสวรรค์ประมาณ ๔ กิโลเมตร อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๗.๕ เมตร สร้างมาเป็นเวลานาน โครงสร้างก่ออิฐถือปูน ได้บูรณะหลายครั้งมาแล้ว ที่หน้าบันมีจิตรกรรมแกะสลักเป็นรูปพระนารายณ์เหยียบครุฑแซมด้วยดอกพุดตานทั้ง ๒ ด้าน ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๔ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๔๖๔ ได้สร้างหลังใหม่กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๓๖ เมตร หอสวดมนต์กว้าง ๘๐ เมตร ยาว ๑๒.๘๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๔๘๑ เป็นอาคารไม้ กุฎิสงฆ์ จำนวน ๕ หลัง เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว สำหรับปูชนียสถาน พระประธานในอุโบสถ ปางมารวิชัย เรียก "หลวงพ่อเสือ" อีกองค์หนึ่งเรียกว่า "หลวงพ่อสุดใจ" นอกจากนี้มีเจดีย์เก่าองค์อยู่หน้าอุโบสถ วัดศรีสุวรรณ เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. ๑๒๕ เดิมมีนามว่า "วัดเชือนแดง" นับเข้าเป็นวัดชนิดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาประมาณ พ.ศ. ๔๕
เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๒๔ เมตร จากประวัติที่เล่าต่อกันมาว่า มีคหบดีตระกูล หนึ่งมีบุตร ๒ คน ต่างคนก็มีบุตรชาย เมื่ออายุครบวัดบวชก็ได้สร้างวัด ภรรยาคนหนึ่งสร้างวัด ชื่อ "วัดฉิมพลียางโทน" อยู่ทางทิศใต้ ส่วนอีกคนหนึ่งสร้าง "วัดเชื้อแดง" หรือ "วัดศรี- สุวรรณ" ในปัจจุบัน และวัดนี้มีนามเรียกกันอีกนามหนึ่งว่า "วัดตะแลงแกง" เนื่องจากได้ เลยเป็นที่กักขังและประทุษร้ายนักโทษที่นี่ เลยนับเป็นวัดที่ทรุดโทรมและได้รับการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อ คราวสงครามมราเอเชียบูรพา ราว พ.ศ. ๒๕๕ ทางการทหารได้อาศัยที่วัดศรีสุวรรณเป็นที่ตั้ง กองบัญชาการยุทธภูมิชั่วคราว ในด้านการศึกษาทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ ได้อนุญาตให้ทางราชการจัดตั้งโรงเรียนประถมศึกษาขึ้นในที่วัดนี้ด้วย สำหรับพระภิกษุอยู่จำพรรษา ปีละประมาณ ๘ รูป สามเณร ด รูป
เจ้าอาวาสที่ทราบนามมี ๔ รูป คือ รูปที่ ๑ พระอธิการยิ่ง พ.ศ. -๒๔๔๘ รูปที่ ๒ พระอธิการเพชร พ.ศ. ๒๔๘-๒๕ รูปที่ ๓ พระปลัดทองดี พ.ศ. ๒๕๕-๒๔๒๑ รูปที่ ๔ พระอธิการหยด พ.ศ. ๕๖๗-๒๔๗๔ รูปที่ ๕ พระอธิการวงษ์ พ.ศ. ๔๗๔-๒๔๘๒ รูปที่ ๖ พระอธิการตี พ.ศ. ๘๒-๒๔๔๕ รูปที่ ๗ พระอธิการแนว พ.ศ. ๒๔๘๕-๒๕๑๑ รูปที่ พระครูชอบ สุวณฺณกาโร ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๒ เป็นต้นมา,