วัดโพธิ์เก้าต้น

วัดโพธิ์เก้าต้น ตั้งอยู่เลขที่ ๕ บ้านหมู่ที่ ๘ ตำบลบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๒ ไร่ ๓ งาน ๕๘ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๓๕๐ เมตร ติดต่อกับถนนสายสิงห์บุรี - ปากดง ทิศใต้ยาว ๓๕๐ เมตร ติดต่อกับบึงบางระจัน ทิศตะวันออกยาว ๓๐๐ เมตร ติดต่อกับทางสาธารณะ ทิศตะวันตกยาว ๓๒๘ เมตร ติดต่อกับลำบึงสาธารณะ มีที่ธรณีสงฆ์ ๒ แปลง เนื้อที่ ๑๕ ไร่ ๒ งาน ๒๓ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๕๗, ๕๘ อยู่ท้องที่ตำบลบางระจัน

พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบมีถนนสายสิงห์บุรี-ปากดง เป็นทางคมนาคมสะดวก และอยู่ริม บึงบางระจัน ด้านใต้เป็นที่ตั้งค่ายบางระจันเมื่อครั้งก่อนโน้น อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถ กว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๒๑ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๓ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการ- เปรียญกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๔ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๑ เป็นอาคารคอนกรีต กุฎิสงฆ์ จำนวน ๓ หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ วิหารเก่ากว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๕ เมตร สำหรับ ปูชนียสถาน พระประธานในอุโบสถ รูปหล่อของพระอาจารย์ธรรมโชติและมีเจดีย์แบบขอไม้ สิบสอง จำนวน ๑ องค์ อยู่ด้านหลังวิหาร

วัดโพธ์เก้าต้น มีนามเรียกอีกนามหนึ่งว่า "วัดไม้แดง" เป็นวัดที่เก่าแก่สร้างขึ้นใน สมัยอยุธยา มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ปรากฏเป็นที่ประจักษ์อยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ กล่าว คือ ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ราว พ.ศ. ๒๓๐๘ บ้านเมืองถูกข้าศึกรุกราน พวกชาวบ้าน แถวนี้ได้รวบรวมกันได้ประมาณ ๔๐๐ คน ตั้งกองสร้างค่ายล้อมรอบบ้านบางระจัน ได้มีพระ- อาจารย์ธรรมโชติจำพรรษาอยู่ที่วัดโพธ์เก้าต้น เดิมอยู่วัดเขานางบวช เมืองสุพรรณบุรี ได้ช่วย ปลุกเสกเครื่องลางของขลังให้ความคุ้มครอง ทำให้ชาวบ้านต่อสู้กับข้าศึกได้อย่างเข้มแข็ง แต่ ในที่สุดเมื่อถูกข้าศึกที่กำลังมากกว่าหลายเท่านัก ก็ต้องแตกถอยอพยพานีกันไป วัดวาอารามก็ ปล่อยให้เป็นวัดร้างและถูกทำลายไปก็มาก จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ประมาณ พ.ศ. ๒๘๔ เป็นต้นมา ประชาชนได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานมากขึ้น ก็ได้ริเริ่มทำการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดขึ้นมา อีกครั้งหนึ่ง กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศยกสภาพให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์นับตั้งแต่วันที่ ๑

เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๑ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสมาวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ เขตวิสูง- คามสีมากว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร ได้ผูกพัทธสีมาวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ มีพระ- ภิกษุอยู่จำพรรษา ๑๐ รูป สามเณร ๘ รูป ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๑๘

เจ้าอาวาสมี ๒ รูป คือ รูปที่ ๑ พระครูสงัด พ.ศ. ๒๕๐๖-๒๕๑๖ รูปที่ ๒ พระครู สังฆพิชิต ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖ เป็นต้นมา.