วัดแจ้ง
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดแจ้ง เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่๒๓ ถนนราชดำเนิน หมู่ที่ ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. ๑๘๒๓ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา นับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. ๑๘๒๕ เขตวิสงฆามสีมากว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร ได้รับ การสถาปนาเป็นพระอารามหลวงนับตั้งแต่วันที่๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๕
เขตที่ตั้งและอุปจาระของวัด
ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่๑๗ ไร่ ๕.๑๐ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับถนนพัฒนาการ ทิศใต้ติดต่อกับถนนราชดำเนิน ทิศตะวันออกติดต่อกับถนนพัฒนาการเป็นด้านหลังวัด ทิศตะ- วันตกติดต่อกับทางหลวงแผ่นดินสายนครศรี ฯ-ท่าแพ
พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มดินทราย อยู่ในเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช มีวัดประดู่ พัฒนารามตั้งอยู่ทางทิศใต้โดยมีถนนคั่นกลาง ด้านเหนือมีวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวะซึ่ง ตั้งอยู่ถัดจากถนนออกไป ด้านตะวันออกถัดจากถนนออกไปเป็นหมู่บ้านประชาชนอยู่หนาแน่น ด้านตะวันตกถัดจากถนนมีโรงเรียนศรีธรรมราชศึกษาตั้งอยู่มีกำแพงคอนกรีตล้อมรอบวัด และ มีประตูเข้าออกทั้งสี่ด้าน
ความเป็นมา
วัดแจ้ง นับเป็นวัดโบราณที่สร้างมานานวัดหนึ่งประมาณว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย ราว พ.ศ. ๑๘๒๓ ตามประวัติที่เล่าสืบต่อกันมาว่า สร้างขึ้นพร้อม ๆ กับวัดประคู่พัฒนาราม โดยมี พระมหาเถรอนุรุทธ และคณะซึ่งข้ามาจากเมืองยสโสทร หรือจังหวัดยโสธรปัจจุบัน มาดำเนินการให้วัดเจริญรุ่งเรืองมาตามลำดับ
ครั้นถึง พ.ศ. ๒๓๓๐ วัดแจ้ง ได้ทรุดโทรมลง เพราะขาดการบำรุง ได้มีคุณชีซึ่งเป็น พี่สาวของเจ้าพระยานครพัฒน์ เจ้าเมืองนคร ได้มาทำการปฏิสังขรณ์วัดแจ้งขึ้นใหม่ พร้อมกับ คุณหญิงผู้เป็นมารดาของเจ้าพระยานครพัฒน์ได้ปฏิสังขรณ์วัดประดู่พัฒนารามขึ้นใหม่เช่นเดียวกัน จึงกล่าวได้ว่า วัดทั้งสองวัดนี้เป็นวัดแม่วัดลูกกัน คือ แม่สร้างวัดประคู่พัฒนาราม ส่วนลูกสร้างวัดแจ้ง นับว่าเป็นวัดสำหรับเจ้าผู้ครองเมืองนครตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจนถึงตระกูล "ณ นคร" สืบต่อมาตราบเท่าทุกวันนี้
วัดแจ้ง นอกจากจะเป็นวัดที่เจ้าเมืองนครคือ ต้นตระกูล 'ณ นคร" จัดสร้างขึ้นและ ทะนุบำรุงตลอดมาแล้ว เมื่อคราวสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จปราบก๊กเจ้านคร ได้มาทรงประกอบพิธีปลุกเศกเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ที่พระอุโบสถวัดนี้ด้วย
นอกจากนี้ยังมีเก๋งเก็บ บรมอัฐิพระเจ้าตากสินและอัฐิของเจ้านครและบริวารญาติมิตรอีกด้วย นับว่าเป็นวัดประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญมาแต่โบราณ ประกอบกับได้รับการบูรณะพัฒนาจากตระกูล ณ นคร และประชาชนทั่วไปเป็นอย่างดีตลอดมา จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้สถาปนาเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ นับตั้งแต่วันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการลงวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๕
ทรัพย์สิน
ที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๗ ไร่ ๕.๑๐ ตารางวา มีโฉนดที่ดินเลขที่ ๖๘๓๓
อาคารเสนาสนะต่าง ๆ คือ พระอุโบสถแบบมหาอุดตั้งอยู่กลางสระน้ำ ขณะนี้เหลือแต่ฐานรากกว้าง ๓ วา ยาว ๖ วา ใช้ในการประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์
ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารคอนกรีต ชั้นเดียว
กุฎิสงฆ์จำนวน ๕๒ หลัง ใช้เป็นสำนักงานรองเจ้าคณะภาค ๑ ด้วย เป็นที่พำนักของพระภิกษุสามเราด้วย เป็นอาคารชั้นเดียวบ้าง สองชั้นบ้าง
หอระฆัง หอฉัน และโรงครัว
นอกจากนี้มี อาคารเรียนวิทยาลัยสงฆ์ภาคทักษิณ วิทยาเขตของมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย เป็นอาคารคอนกรีต ๓ ชั้น จำนวน ๓๐ ห้องเรียน
ปูชนียวัตถุมี พระพุทธรูปเนื้อสัมฤทธิ์ปางสมาธิ จำนวน ๒ องค์ ศิลปะสมัยอยุธยา ตอนต้น เมื่อก่อนนี้ได้พอกปูนทับไว้ เพิ่งจะทราบและได้เอาออกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔
พระพุทธรูปเนื้อทองเหลืองอีก ๒ องค์
นอกจากนี้มีตึกกษัตริย์ หรือเก๋งเจ้าพระขานคร
เป็นที่บรรจุอัฐิเจ้าพระยานคร (หนู) กับหม่อมทองเหนียวผู้เป็นมเหสี ซึ่งมีเจดีย์ ๒ องค์ อยู่ที่ตึกนี้ สร้างขึ้นราว พ.ศ. และมีตึกชนิดเดียวกันนี้อยู่ในเขตของวัดประคู่เพ็ญนาราม เป็นที่บรรจุบรมอัฐิพระเจ้าตากสิน มหาราช และเจ้าพระยานครน้อย (ราชโอรสพระเจ้าตากสิน) สร้างขึ้นโดยเจ้าพระยานครน้อยกลาง (บุตรเจ้าพระยานครน้อย) เมื่อ พ.ศ. ๓๕
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
วัดแจ้ง ได้สนับสนุนการศึกษาทุกแขนงวิชาทุกฝ่ายทุกส่วน ได้เปิดสอนพระปริยัตธรรม ทั้งแผนกธรรม บาลี และแผนกสามัญ ทั้งสำหรับพระภิกษุสามเณรและสำหรับธรรมศึกษาด้วย นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้มีโรงเรียนการศึกษาผู้ใหญ่ทั้งบรรพชิตและฆราวาส เปิดสอนโรงเรียน พุทธศาสนาวันอาทิตย์ มีสำนักวิปัสสนาเปิดอบรมฝึกสอนกรรมฐาน และเป็นที่ตั้งวิทยาลัย สงฆ์ภาคทักษิณ ซึ่งเป็นวิทยาเขตของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยอีกด้วย ได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ ทางพระพุทธศาสนาเป็นประจำในเทศกาลต่าง ๆ และสนับสนุนในกิจกรรมหรือกิจการทางสังคม ตลอดมา โดยการให้ใช้อาคารและสถานที่วัดเป็นที่ดำเนินการ
สำหรับสถิตินักเรียนธรรมบางบีมีประมาณ ๐๐ รูป ธรรมศึกษาประมาณ ๑๐ คน นักเรียนบาลีประมาณ ๕๐๐ รูป เพราะเป็นที่ตั้งวิทยาลัยสงฆ์จึงมีนักเรียนมาก
การบริหารและการปกครอง
วัดแจ้ง ได้จัดบริหารและปกครองภายในวัดตามระเบียบของวัด ซึ่งเป็นไปตามพระ- ธรรมวินัยและกฎระเบียบของทางคณะสงฆ์ โดยมีพระภิกษุช่วยปกครองดูแลแทนเจ้าอาวาสเป็นกลุ่ม ๆ เพราะวัดนี้มีพระภิกษุสามเณรมากกว่า ๒๐๐ รูป เป็นที่ตั้งวิทยาลัยสงฆ์ และเจ้าอาวาส
ดำรงตำแหน่งเป็นรองเจ้าคณะภาค ๑๖ มีภาระรับผิดชอบมาก
จึงต้องมีผู้ช่วยในด้านบริหารและปกครอง เพื่อให้กิจการคณะสงฆ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าอาวาสมีนามว่า พระราชวิสุทธิมุข (พร้อม โกวิโท, ป.ธ. ๘, พ.ม., พธ.บ., เอ็ม.เอ) ซึ่งได้ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะภาค ๑๖ และผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์ภาคทักษิณอีกด้วย.