วัดสร้อยสังข์สถิตย์

วัดสร้อยสังข์สถิตย์ ตั้งอยู่เลขที่ ๑/๒;๐๘ บ้านเขาบ้านกล่ำ หมู่ที่ 3 ตำบลธรรมามูล อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ศ ไร่ อำเภอเขต ทิศเหนือยาว ๔ เส้น ๘ วา ติดต่อกับทางสาธารณะ ทิศใต้ยาว ๔ เส้น ๘ วา ติดต่อกับที่ดิน ของนายเหร่ ทิศตะวันออกยาว ๒ เส้น ติดต่อกับที่ดินของนายเรือง ทิศตะวันตกยาว ๒ เส้น ติดต่อกับที่ดินของนายปลิว พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบเชิงภูเขาเรียก เขาบ้านกล่ำ อยู่ติดต่อกับค่ายลูกเสือเจ้าสามพระยา ทางทิศตะวันออก มีทางแยกจากถนนพหลโยธินเข้าถึงวัด การคมนาคมสะดวก อาคารเสนาสนะ ต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๓ ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๑๖ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๖ กุฎิสงฆ์ จำนวน หลัง สำหรับปูชนียวัตถุมี พระประธานในอุโบสถปางมารวิชัย ขนาดพระเพลากว้าง ๒ ศอกเศษ ชาวบ้านเรียก "หลวง- พ่อเสริม" และทางวัดได้สร้างพระพุทธรูปไว้บนยอดภูเขา ด องค์ เรียก "หลวงพ่ออู่ทอง" วัดสร้อยสังข์สถิตย์ กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดนับตั้งแต่วันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๓ โดยมีขุนขจัดชลูปสัก (ท้วม รามสูต) บริจาคที่ดินและดำเนินการสร้างวัด ระยะ เริ่มแรกสร้างวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ เรียก "วัดสร้อยสังขยาราม" เมื่อได้ประกาศตั้งเป็นวัดมีนาม ว่า "วัดสร้อยสังข์สถิตย์" เพราะชาวบ้านแถวนี้มีความเชื่อถือกันว่า ที่เขาบ้านกล่ำมีเจ้าแม่ย่า- สร้อยกับเจ้าแม่ย่าสังข์สถิตเฝ้าดูแลรักษาอยู่

จึงใช้ชื่อเจ้าแม่ย่าทั้งสองมารวมกันเป็นชื่อวัดตาม

พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบสูง

มีหมู่บ้านและที่นาของชาวบ้านโดยรอบ อาคารเสนาสนะ ต่างๆ มี อุโบสถกว้าง 6 เมตร ยาว ๑๐ เมตร โครงสร้างก่ออิฐถือปูนและไม้ มีใบเสมาหิน ทรายแดงของเก่า ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๑๘ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็น อาคารไม้ หอสวดมนต์กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๕ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นอาคารไม้ กุฎิสงฆ์ จำนวน หลัง เป็นอาคารไม้ สำหรับปูชนียวัตถุมี พระประธานในอุโบสถ พระพุทธรูปโบราณ ได้บูรณะใหม่ พ.ศ. ๒๕๒๓ ขนาดพระเพลากว้าง ๑ ศอก เรียก "หลวงพ่อเสน"

วัดสระคู่ สันนิษฐานว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาราว พ.ศ. ๒๒๗๕ ต่อมาก็ถูก ข้าศึกรุกรานขาดการบูรณะปฏิสังขรณ์ทรุดโทรมลงจนกลายสภาพเป็นวัดร้าง และได้รับการบูรณะ ปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. ๒๖๔ หลักฐานที่บ่งบอกว่าเป็นของเก่าคือ 'ใบ- เสมาทำด้วยหินทรายและพระพุทธรูปโบราณ

นับเป็นวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้ว ตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. ๒๒๕ มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ๘ รูป มีโรงเรียนประถมศึกษาของทาง ตั้งอยู่ในที่วัดนี้ด้วย

เจ้าอาวาสและผู้รักษาการแทนที่ทราบนามมี ๖ รูป คือ รูปที่ ๑ พระกำจร รูปที่ ๒ พระกรุด รูปที่ ๓ พระเน่า รูปที่ ๔ พระถนอม รูปที่ ๕ พระอธิการย่อย มั่นเจ็ก รูปที่ ๖ พระครูยก อาสโก พ.ศ. ๒๕๐๑-๒๕๑๘ รูปที่ ๗ พระอธิการสุรินทร์ สุรินุโท ดำรงตำแหน่ง พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นต้นมา.