วัดพิกุลทอง

วัดพิกุลทอง ตั้งอยู่เลขที่ ฮ๓ บ้านหมู่ที่ ๓ ตำบลถอนสมอ อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๐๓ ไร่ ๓ งาน ๖๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๗๐๘๑, ๘๖๑๗, ๒๑๐๐, ๑๐๗๗๔ อาณาเขต ทิศเหนือ ยาว ๖๘.๘ เมตร ติดต่อกับบ้านของนางรวย ผมทอง ทิศใต้ยาว ๔๔.๔๔ เมตร ติดต่อกับบ้านของนางนุคุณ จันทร์พงษ์แก้ว ทิศตะวันออก ยาว ๕๕๗.๔๘ เมตร ติดต่อกับคลองชลประทาน ทิศตะวันตก ยาว ๔๒๗.๓๖ เมตร ติดต่อกับทางสาธารณะและแม่น้ำน้อย มีที่ดินสงฆ์ ๑๕ แปลง เนื้อที่ ๑๘๗ ไร่ ๒ งาน ๘๒ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๐๔, ๐๓๒, ๒๑๘๔, ๒๑๘๕, ๒๑๕๖, ๑๕๗, ๑๒๓๒, ๔๖, ๓๔๐, ๓๕๐๑, ๓๕๒๕, ๘๒๕๐, ๘๒๑, ๖๕, ๑๐๘๓๖ อยู่ท้องที่ตำบลถอนสมอ ๑๓ แปลง ตำบลจักรส์ห์ อำเภอเมือง ด ๑ แปลง ตำบลหัวป่า อำเภอพรหมบุรี ๑ แปลง พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบสูงอยู่ริมแม่น้ำน้อยทางผึ่งตะวันออก ภายในบริเวณวัดได้จัดแบ่งเขตไว้เป็นสัดส่วนเป็นระเบียบ อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มีอุโบสถกว้าง ๑๕.๕ เมตร ยาว ๒.๕๔ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๖ ศาลาการเปรียญกว้าง ๕.๕๐ เมตร ยาว ๗ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นอาคารคอนกรีต ชั้น หอสวดมนต์กว้าง ๑๔.๓๐ เมตร ยาว ๑๘.๑๕ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นอาคารคอนกรีต ๒ ชั้น กุฎิสงฆ์ จำนวน หลัง เป็นอาคารคอนกรีต ๒ ชั้น ๑ หลัง เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ๑๐ หลัง นอกจากนี้มีศาลาท่าน้ำ ศาลาพักร้อน วิหารคดและฌาปนสถาน สำหรับปูชนียวัตถุมี นอกจากพระพุทธรูปในอุโบสถ และพระพุทธรูปบูชาขนาดต่าง ๆ แล้วมี พระพุทธรูปใหญ่ปางประทานพร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันพระราชทาน พระนามว่า "พระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี" เริ่มจัดสร้างโดยการประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์วัน ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๔ ตรงกับวันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งสูงตระหง่านโดดเดี่ยว ปิดด้วยโมเสกสีทองคำธรรมชาติชนิด ๔ เค บริเวณรอบองค์พระได้สร้างวิหารคดประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่าง ๆ นอกจากนี้ก็มีรูปหล่อของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังษี) ขนาดเท่ารูปหล่อเดิมที่วัดระยังโฆสิตาราม

วัดพิกุลทอง สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๓๔ โดยมีขุนสิทธิ์สถิตย์บุตร (เสือ) นายกลับ สถิตย์บุตร และนายช่วง เป็นหัวหน้าดำเนินการจัดสร้างวัดนี้ขึ้นมา เดิมมีนามว่า "วัดใหม่พิกุลทอง" แต่ชาวบ้านมักเรียก "วัดใหม่" เพราะเป็นวัดที่สร้างขึ้นใหม่ในเขตนี้ โดยมิได้เป็นวัดร้างมาก่อนถึงบี พ.ศ. ๒๔๘๓ จึงได้เปลี่ยนนามวัดเป็น "วัดพิกุลทอง" ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรกวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ได้รับพระราชทานครั้งหลังวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๑๕.๕ เมตร ยาว ๒.๕๔ เมตร ได้ผูกพัทธสิมา วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ๑๖ รูป สามเณร ๓ รูป ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๔๗๔ มีทั้งแผนกธรรมและบาลี นอกจากนี้ทางวัดได้ให้การอนุเคราะห์สงเคราะห์ทั้งส่วนราชการและเอกชนในด้านสังคมต่าง ๆ ทั้งในวัดและภายนอกวัดตลอดมาด้วยดี โดยเฉพาะในสมัยของพระสุนทรธรรมภาณี เป็นเจ้าอาวาส ท่านได้พัฒนาวัดและช่วยเหลือสังคมเป็นอันมาก จนได้รับการยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง นับว่าเป็นเกียรติประวัติของวัดอย่างยิ่ง

เจ้าอาวาสมี รูป คือ รูปที่ ๑ พระอธิการจันทร์ พ.ศ. ๒๔๓๔-๒๔๔๑

รูปที่ ๒ พระอธิการปั่น พ.ศ. ๒๕๔๒-๒๔๔๕ รูปที่ ๓ พระอุบัชฌาย์พัน จันทรสร พ.ศ. ๒๔๕-๔๖๗ รูปที่ ๔ พระอธิการหยด พวงมลิต พ.ศ. ๒๔๗๓

รูปที่ ๔ พระสุนทรธรรมภาณี (พระมหาแพ เขมงูกร) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๔ เป็นต้นมา และดำรงตำแหน่งเจ้า-คณะจังหวัดสิงห์บุรีอีกด้วย.