วัดตราชู
วัดตราชู ตั้งอยู่เลขที่ ๒๑๑ บ้านตราชู หมู่ที่ ๖ ตำบลบ้านหมอ อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี สังกัดแคสงมหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๔ ไร่ ๒ งาน ๘ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๓๔ อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๖ เส้น ๔๖ วา ติดต่อกับทางสาธารณะ และที่ดิน ของเอกชน ทิศใต้ยาว ๓ เส้น ๑๐ วา ๑ ศอก ติดต่อกับที่ดินของเอกชน ทิศตะวันออกยาว ๒ เส้น ๑ วา ๑ ศอก ติดต่อกับที่ดินของเอกชน ทิศตะวันตกยาว ๑ เส้น ๑๘ วา ๑ ศอก ติดต่อกับทางสาธารณะ และแม่น้ำเจ้าพระยา
พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางฝั่งตะวันออก อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง ๒๑ เมตร ยาว ๘ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๕ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๓ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๔๖๖ เป็นอาคารไม้ หอสวดมนต์ กว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๘ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๑ เป็นอาคารไม้ กุฎิสงฆ์ จำนวน ๗ หลัง เป็นอาคารไม้ นอกจากนี้มีวิหารทรงเขมรก่ออิฐถือปูนแบบเก่า และฌาปนสถาน สำหรับ ปูชนียวัตถุมี พระประธานในอุโบสถ และในวิหาร
วัดตราชู สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. ๒๐๗๖ ในสมัยอยุธยาตอนต้น เมื่อคราวข้าศึกรุกรานประมาณ พ.ศ. ๒๓๐๘ เป็นต้นมาถึง พ.ศ. ๒๓๐๘ พวกข้าตึกได้ ปล้นสะดมจับผู้คนต้อนมาจากเมืองวิเศษชัยชาญ ชาวบ้านวัดตราชู ได้รับความกระทบกระเทือน
ด้วย ต่างก็ทิ้งบ้านเรือนช่วยรวบรวมกำลังกับชาวบางระจันต่อสู้ จนในที่สุดต้องแตกกระจัด กระจาย วัดก็ชำรุดทรุดโทรมลง และได้รับการบูรณะขึ้นอีกครั้งหลังจากพระเจ้าตากสิน มหาราชได้สถาปนากรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวง ได้ทำการบูรณะก่อสร้างเสนาสนะใหม่โดยย้ายจาก ที่เดิมมาจัดสร้างขึ้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในราว พ.ศ. ๒๓๑๔ และได้พัฒนาสืบต่อมาตามลำดับ วัดตราชู่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสมาคมครั้งหลังวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๒ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๑ เมตร ยาว ๒ เมตร. มีพระภิกษุอยู่จำพรรษาบีละ 0 รูป สามเณร 1 รูป ทางวัด ได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๐๔ ได้ให้ทางราชการจัดสร้างโรงเรียนประถมศึกษาขึ้น ในที่วัดเนื้อที่ ๑ ไร่ โรงเรียนมัธยมเนื้อที่ ๓ งาน สถานีอนามัยเนื้อที่ ๑๘๐ ตารางวา และ สร้างประปา ๖๔ ตารางวาอีกด้วย
เจ้าอาวาสที่ทราบนามมี 6 รูป คือ รูปที่ ๑ พระอธิการหลุ่น รูปที่ ๒ พระอธิการเพชร รูปที่ ๓ พระอธิการนุด รูปที่ ๔ พระอธิการม รูปที่ ๕ พระอธิการเผือก รูปที่ ๖ พระอธิการชั้ว รูปที่ ๗ พระอธิการจอน รูปที่ ๘ พระอธิการเลื่อน สีสสุทธิ พ.ศ. ๒๕๖๓- ๒๕๐๒ รูปที่ ๖ พระครูเล้ง ปณีตจิตฺโต ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๕๔ เป็นต้นมา.