วัดโบสถ์

วัดโบสถ์ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 10 บ้านสวนหลวง หมู่ที่ • ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต มีที่ดิน ตั้งวัดเนื้อที่ 28 ไร่ 1 งาน 80 ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว 140 เมตร ติดต่อกับ หมู่บ้านของประชาชน ทิศใต้ยาว 177 เมตร

ติดต่อกับถนนที่ตัดตรงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันออกยาว ๒٨๕ เมตร ติดต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันตกยาว ๒๘๐ เมตร ติดต่อ กับถนนหลังวัด พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางฝั่งตะวันตก มักถูกน้ำท่วมถึงใน ฤดูฝน ภายในวัดได้แบ่งเขตการก่อสร้างอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ไว้เป็นสัดส่วน มีพระประธาน ในพระอุโบสถซึ่งเป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยา ขนาดพระเพลากว้าง ๒.๕๐ เมตร พระเจดีย์ เป็นองค์ สำหรับอาคารเสนาสนะต่าง ๆ นอกจากพระอุโบสถก็มีศาลาบำเพ็ญ กุศล กุฏิสงฆ์ จำนวนหลายหลัง อาคารเรียนพระปริยติธรรม หอระฆัง อาคารพิพิธภัณฑ์ และฌาปนสถาน ส่วนมากเป็นอาคารถาวร วัดโบสถ์ เป็นวัดที่เก่าแก่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาได้กลายสภาพเป็นวัดร้าง จนถึง พ.ศ. ๒๔๑๒ ได้มีอาจารย์คง, พระอาจารย์แผน, พระอาจารย์ต่ายและพระอาจารย์บั้น

กลับจากไปศึกษาที่วัดประยุรวงศาวาส กรุงเทพฯ มาอยู่พำนัก ชาวบ้านโดยการนำของขุนจ่าเมือง (นิล) และอุบาสกคำ เป็นหัวหน้าดำเนินการบูรณะปฏิสังขรณ์ให้เป็นวัดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ครั้นถึง พ.ศ. ๒๔๓๘ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส โปรดให้พระครู สังฆบริบาล (อิน) นำคณะสงฆ์วัดบวรนิเวศวิหาร ๖ รูป คือ พระสมุห์ยิ้มและพระห่วง พร้อมด้วยพระสงฆ์ของวัดโบสถ์ที่มาศึกษาอยู่อีก ๕ รูป คือ พระลบ, พระดิบ, พระเพื่อง, พระลาและพระยา มาอยู่วัดโบสถ์โดยมีพระครูสังฆบริบาล (อิน) เป็นหัวหน้าผู้ปกครอง นับ เป็นวัดอยู่ในปกครองของคณะสงฆ์ธรรมยุตตั้งแต่บัดนั้น วัดโบสถ์ได้พัฒนาและสนับสนุนการ ศึกษาทุกแผนก ได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๔๗๕ มีโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยม ศึกษาของทางราชการตั้งอยู่ที่วัดนี้ นอกจากนี้ก็มีการพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดสำหรับประชาชน อีกด้วย ซึ่งทางวัดได้ให้การอนุเคราะห์ด้วยดีตลอดมา

วัดโบสถ์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๑ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๑๗ เมตร ยาว ๓๕ เมตร ได้ผูกพัทธสีมาวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้รับพระกรุณาโปรดให้สถาปนาเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ นับตั้งแต่วันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕

อนึ่ง เมื่อวันที่ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์ได้เสด็จมา ทรงตัดลูกนิมิตพระอุโบสถและได้พระราชทานพระราชทรัพย์จำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท เพื่อบำรุง วัดนี้ด้วย

เจ้าอาวาสมี ๔ รูป คือ รูปที่ ๑ พระอาจารย์คง พ.ศ. ๒๕๑ รูปที่ ๒ พระฉ่ำ รูปที่ ๓ พระอาจารย์เอม ถึง พ.ศ. ๒๔๓๗ รูปที่ ๔ พระครูสังฆบริบาล (อิน) พ.ศ. ๘๓๔-๒๔๔๗ รูปที่ ๕ พระสิ่งหบุราจารย์ (ลบ) พ.ศ. ๒๔๔๗-๒๔๗ รูปที่ ๖ พระครูธรรมวรานุยุตต์ (ฟู อาภาคโม) พ.ศ. ๒๔๙๗-๒๕๐๐ รูปที่ ๗ พระเทพสุทธิโมลี (ผึง) พ.ศ. ๕๐๐-๒๕๒๔ รูปที่ ๘ พระครูสุนทรวิริยาธิกิจ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็น ต้นมา.