วัดเทพกุญชรวราราม
โฉนดเลขที่ ๒๐๗๕๖, ๕๔, ๑๓๔๕๗, ๑๓๕๘๘ และ ๑๕๒๖๑ อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับ แม่น้ำสายลพบุรี ทิศใต้ติดต่อกับที่ดินของนายสุดใจ รัตนโสม ทิศตะวันออกติดต่อกับที่ดิน ของนายฉุย ศรีเศวต ทิศตะวันตกติดต่อกับที่ดินของนายสำราญ ทองประ
พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มอยู่ริมแม่น้ำลพบุรี อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง ๕๐ เมตร ยาว ๒๑.๑๐ เมตร โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นแบบจตุรมุข ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๓ เมตร ยาว ๒๗ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๐๑ เป็นอาคารคอนกรีต กุฏิสงฆ์ จำนวน ๖ หลัง เป็นอาคารคอนกรีต ชั้น ๒ หลัง เป็นอาคารไม้ ๔ หลัง นอกจากนี้มีหอประชุมและ หอระมัง สำหรับปูชนียวัตถุมี พระประธานในอุโบสถปางมารวิชัย ประชาชนเรียก "หลวงพ่อ ขาว" นอกจากนี้มีพระพุทธรูปปูนปั้นของเก่า ๑ องค์ พระนาคปรกเป็นพระพุทธรูปหิน ๑ องค์ รอยพระพุทธบาทจำลองเป็นหิน ๑ รอย และเจดีย์ ๑ องค์ ฐานกว้างด้านละประมาณ ๓ เมตร
วัดเทพกุญชรวราราม แต่เดิมนั้น เป็นวัดสร้างมานานแต่โบราณ และได้กลายสภาพ เป็นวัดชาวบ้านเรียก "วัดกำแพงขาว"
คงจะเรียกตามลักษณะของกำแพงอุโบสถมีสีขาว ต่อมา ในปี พ.ศ. ๒๔๗๓ ได้มีหลวงรามโกษา โมทนะเทศ หลวงรามธานี ฉ่ำชะเอม นายคง ทองแวว นายสุนทร พงษ์มณี และนายเหมา เกตุเผือก ร่วมใจกันทำการปฏิสังขรณ์ขึ้นมาถึง พ.ศ. ๒๔๕ ได้เปลี่ยนนามวัดเสียใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อหมู่บ้านโพธิ์หัวข้าง ตำบลศาลาสูง ว่า "วัดเทพกุญชรวราราม" ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๐ เมตร ยาว ๐ เมตร มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ประมาณ ๑๒ รูป สามเณร ๔ รูป ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๒๐ มีโรงเรียนประถมศึกษาของ ทางราชการและหอสมุดตั้งอยู่ที่วัดนี้ด้วย
เจ้าอาวาส มี ๓ รูป คือ รูปที่ ๑ หลวงพ่อขำ ปรสุสโร พ.ศ. ๔๗๓-๒๔๗๔ รูปที่ ๒ พระตุ้ย สุโภ พ.ศ. ๒๕๗๕-๒๕๘๖ รูปที่ ๓ หลวงพ่อขำ ปกสุสโร รูปที่ ๔
พระมหาพูน รูปที่ ๕ พระเชื่อ ถึง พ.ศ. ๒๔๗๘ รูปที่ ๖ พระครูมงคลภาณี (มัง มงคลโล) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๖ เป็นต้นมา.