วัดพุทไธศวรรย์
วัดพุทไธศวรรย์ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๕/๘ บ้านคลองวัดพุทไธศวรรย์ หมู่ที่ ๔ ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัด เนื้อที่ ๔๖ ไร่ ๒ งาน ๔๖ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๔๑๕ อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศใต้ติดต่อกับที่ดินเลขที่ ๒๓๖ และคลองวัดพุทไธศวรรย์ ทิศตะวันออกติดต่อกับที่ดินเลขที่ ๒๓, ๕๔ ทิศตะวันตกติดต่อกับคลองวัดพุทไธศวรรย์และแม่น้ำเจ้าพระยา มีที่ธรณีสงฆ์ ๒ แปลง เนื้อที่ ๓ ไร่ ๓ งาน ๕๕ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๔๑๔
พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถ กว้าง ๑๔.๑๐ เมตร ยาว ๓๒.๕๐ เมตร โครงสร้างก่ออิฐถือปูน เครื่องบนเป็นไม้ สร้างขึ้น ราว พ.ศ. ๒๕๐ ได้บูรณะเมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๐ เดิมเป็นพระตำหนักเวียงเหล็ก ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๓๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาศรีมุขเหยียบสิงห์ ทรงไทยโบราณ หอสวดมนต์กว้าง ๑๑ เมตร ยาว ๑๕ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก เครื่องบนเป็นไม้ กุฎิสงฆ์ จำนวน ๘ หลัง เป็นอาคารไม้ ทรงไทยโบราณ ๗ หลัง คอนกรีตเสริมเหล็ก ๑ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๑ หลัง นอกจากนี้ยังมีมณฑปพระปลัดซ้าย - ขวา วิหารคดและตำหนักสมเด็จพระพุทธโกษาจารย์ สำหรับปู่ชนี้ วัตถุมี พระประธานในอุโบสถ ๓ องค์ องค์ใหญ่พระเพลากว้าง ๘ ศอกเศษ อีก ๒ องค์ พระเพลากว้าง ๔ ศอกเศษเท่ากัน พระพุทธรูปรองลงมามีทั้งหมด ๑๕ องค์ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นที่วิหารคดมีพระพุทธรูป ๑๐๘ องค์ นอกจากนี้มีพระปรางค์สูงประมาณ ๑ วา มีเจดีย์เรือนแก้วบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
ด้านหลังเจดีย์เรือนแก้วมีพระพุทธไสยาสน์ยาวประมาณ ๕ เมตร ที่ซุ้มปรางค์ทิศตะวันตกมีพระพุทธรูปปางบ่าเลไลยก์ ซุ้มทิศเหนือเคยเป็นที่ประดิษฐานเทวรูปพระเทพบิดร ถูกอัญเชิญไปไว้ที่กรุงเทพมหานครแล้ว ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ และโปรดให้หล่อแปลงเสียใหม่เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องหุ้มด้วยเงินทั้งองค์ ประดิษฐานอยู่ที่หอพระเทพบิดร
วัดพุทไธศวรรย์ เดิมเป็นพระตำหนักเวียงเหล็ก หรือเรียกอีกนามหนึ่งว่า "เวียงเล็ก" เป็นที่ประทับของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ พระเจ้าอู่ทอง เมื่อครั้งหนี้โรคระบาดมาจากสุพรรณบุรี เมื่อ พ.ศ. ๑๘๘๐ ได้ทรงสร้างเป็นที่ประทับชั่วคราวในระยะสร้างเมืองหลวงคือกรุงศรีอยุธยา เมื่อสร้างเมืองหลวงเสร็จแล้ว ได้ทรงสถาปนาพระตำหนัก ซึ่งประกอบด้วยวิหารและพระปรางค์ บรรจุพระบรมสาริริกธาตุ ให้เป็นอารามมีนามว่า "วัดพุทไธศวรรย์" ในปี พ.ศ. ๑๘๕๖ ขึ้น • ค่ำ เดือน ๔ ปีมะเส็ง วันพฤหัสบดี เวลา ๒ นาฬิกา ๕ นาที (เวลา ๐๘.๓๐ น.) ถือว่าได้รับพระราชทานวิสุงคามสมาตั้งแต่ พ.ศ. ๑๘๕๖ เขตวิสงคามสีมากว้าง ๒๐๗ เมตร ยาว ๓๘.๗๐ เมตร
ในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๓ ได้โปรดให้บูรณะองค์พระปรางค์มณฑปและวิหารคดของวัดนี้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็ได้บูรณะอุโบสถบางส่วนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕ สำหรับในปี พ.ศ. ๒๔๖ ทางคณะสงฆ์ได้ให้รวมวัดนางกรายมาเข้ากับวัดพุทไธศวรรย์ด้วย เกี่ยวกับการศึกษาทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรมตั้งแต่ พ.ศ. ๒๘๔ ได้ให้ทางราชการจัดตั้งโรงเรียนประถมศึกษาขึ้นในที่วัดนี้ ซึ่งทางวัดได้ช่วยจัดสร้างอาคารเรียนให้ด้วย และได้อุปการะโรงเรียนตามสมควรตลอดมา
เจ้าอาวาส มี ๘ รูป คือ รูปที่ ๑ พระอาจารย์พัก รูปที่ ๒ พระอาจารย์โป่ รูปที่ ๓ พระสมุห์สังวร รูปที่ ๔ พระครูอุเทศธรรมวินัย (ชม) รูปที่ ๕ เจ้าอธิการคง ถึง พ.ศ. ๒๕๓ รูปที่ ๖ พระกรูสารุกิจโกศล (ยอด) พ.ศ. ๒๘๓-๒๔๘ รูปที่ ๗ พระครูกัทรกิจโสภณ (หวล) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๘ เป็นต้นมา
วัดพุทไธศวรรย์ มีพระภิกษุจำพรรษา ๒๐ รูป ศิษย์วัด ๑๒ คน.