วัดพินิจธรรมสาร
วัดพินิจธรรมสาร ตั้งอยู่เลขที่ 69/ข. ถนนอ่างทอง-อยุธยา ตำบลบางปลากด อำเภอ ป่าโมก จังหวัดอ่างทอง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 37 ไร่ 1 งาน 58 ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว 11 เส้น 8 วา ติดต่อกับที่ดินของเอกชน ทิศใต้ยาว 1 เส้น 14 วา ติดต่อกับที่ดินของนายไสว แจ้งมงคล นายประสิทธิ์กู่มณี ทิศตะวันออกยาว 12 เส้น 10 วา ติดต่อกับถนนสายอู่ทอง-อยุธยา ทิศตะวันตกยาว 7 เส้น 15 วา ติดต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา มีที่ธรณ์สงฆ์ ส แปลง เนื้อที่ 50 ไร่ 64 ตารางวา
พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางย่านตะวันออก มีถนนสายอ่างทอง- อยุธยาผ่านทางทิศตะวันออก อาคารเสนาสนะต่างๆ มี อุโบสถกว้าง เมตร ยาว 2350 เมตร บูรณะ พ.ศ. 247 โครงสร้างก่ออิฐถือปูน ศาลาการเปรียญกว้าง 14 เมตร ยาว 24 เมตร สร้าง พ.ศ. 2480 เป็นอาคารไม้ โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หอสวดมนต์กว้าง 8 เมตร ยาว 12 เมตร สร้าง พ.ศ. 2484 เป็นอาคารไม้ โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก กุฎิสงฆ์ จำนวน 18 หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ นอกจากนี้มีหอระฆัง ศาลาท่าน้ำ ศาลาพักร้อน วิหาร และณาปนสถาน สำหรับปูชนียวัตถุมิ พระประธานในอุโบสถ พระเพลาขนาด 2.25 เมตร ปางมารวิชัย ศิลปสมัยกรุงศรีอยุธยา สร้างด้วยหินสลักฉาบปูนลงรักปิดทอง เดิมประดิษฐานอยู่ที่ วัดทุ่งร้าง ตำบลบางเสด็จตอนใต้ ในวิหารมีพระพุทธรูปปูนปั้น 3 องค์ พร้อมด้วยพระอัครสาวก ศิลปสมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อปี พ.ศ. 2518 สมัยพระครูพินิจธรรมานุรักษ์ (วิวัฒน์ ชิตเปโม) เป็นเจ้าอาวาส
ได้บูรณะพร้อมทั้งเขียนภาพประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไว้ในวิหารด้วย
486 เมื่อปี พ.ศ. 2522 ได้จัดสร้างพระพุทธรูปขนาดพระเพลากว้าง 6 วา 3 ศอก น้ำ มีพระนาม
'พระพุทธชินวงศาวชิรธรรมพิสุทธิ์" ขัดสมาธิเพชร สูงจากพระเพลาถึงพระเกศ 6 วา 5 นิ้ว นอกจากนี้มีพระพุทธรูปปางรำพึง พระพุทธโสธรจำลอง หลวงพ่อวัดไร่ขิงจำลอง หลวงพ่อวัด เพชรสมุทรจำลอง รูปจำลองพระวิบูลธรรมนิเทศ และมีเจดีย์จตุรมุขบรรจุพระธาตุ • องค์ ศิลปวัตถุของเก่าที่สวยงามคือธรรมาสน์บุบก 2 ธรรมาสน์
วัดพินิจธรรมสาร สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 225 เดิมมีนามว่า "วัด ชีปะขาว"
เมื่อ จ.ศ. ๑๐๘๘ (พ.ศ. ๒๒๖๕) พระเจ้าท้ายสระโปรดให้พระยาราชสงคราม ดำเนิน การชักชะลอพระพุทธไสยาสน์ เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารวัดป่าโมก ใกล้ริมยั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ในการนี้ได้จัดสร้างพระตำหนักพลับพลาชัยขึ้น ณ ที่ใกล้วัดชีปะขาว สำหรับเป็นที่ประทับกับการ แผนงาน สั่งงานและตรวจตราการปฏิบัติงานและผลของการปฏิบัติงาน โดยที่พระเจ้าท้ายสระ พร้อมด้วยพระอนุชาธิราช ได้เสด็จมาประทับเป็นครั้งคราวจนเสร็จการชะลอองค์พระดังกล่าว ด้วยเหตุนี้จึงได้เปลี่ยนนามวัดชีปะขาว มาเป็น "วัดกะสอบ" ครั้นถึงสมัยของสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารีเถร) ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระพิมลธรรม เจ้าคณะมณฑลอยุธยา วัดมหาธาตุขุวราช- รังสฤษฎ์ กรุงเทพมหานคร ได้เปลี่ยนนามวัดกะสอบมาเป็น "วัดหินิจธรรมสาร" เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. ๒๒๗ เกี่ยวกับ การศึกษาได้เปิดสอนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกนักธรรมและบาลีตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นต้นมา นอกจากนี้มีโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ โรงเรียนประถมศึกษาของทางราชการ และจัดให้มี ห้องสมุดไว้บริการอีกด้วย
เจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม มี ๑๓ รูป คือ รูปที่ ๑ พระอธิการเส็ง รูปที่ ๒ พระอธิการคำ รูปที่ ๓ พระอธิการพอน รูปที่ ๔ พระอธิการเนียม รูปที่ ๕ พระอธิการทับ รูปที่ ๖ พระอธิการติ รูปที่ ๗ พระอธิการดู่ รูปที่ ๘ พระอธิการเอม รูปที่ ๙ พระอธิการด้วง รูปที่ ๑๐ พระอธิการปลืม รูปที่ ๑๑ พระอธิการอิ่ม ติสุสโร รูปที่ ๑๒ พระวิบูลธรรมนิเทศ (แช่ม กิมพิโล) พ.ศ. ๒๘๓- ๒๕๐ รูปที่ ๑๓ พระครูพินิจธรรมานุรักษ์ (วิวัฒน์ ชิตเปโม) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นต้นมา
วัดพินิธรรมสาร มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ๒๕ รูป สามเณร ๒ รูป ชีด ๑ คน ศิษย์วัด ๑ คน.