วัดชัยมงคล

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดชัยมงคล เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๑ บ้านโคกเสม็ด ถนนชัยมงคล หมู่ที่ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นเป็นวัดประมาณ พ.ศ. ๒๓๔ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังวันที่เป็นกราบวานกับแวนที่ มุน น. แมร า แพ ได้รับการถอดประการ

เขตที่ตั้งและอุปจารของวัด ที่ดินที่ตั้งวัด เนื้อที่ ๑๕ ไร่ ๓ งาน ๔๔ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๑๗๑.๘๐ เมตร ติดต่อกับถนนชัยมงคล ตรงไปทางทิศตะวันออกถึงถนนราชดำเนิน ทิศใต้ยาว ๑๒๗๘.๐ เมตร ติดต่อกับอาคารบ้านพักอาศัยของเอกชน ทิศตะวันออกยาว ๑๗๑.๓๐ เมตร ติดต่อกับซอยชัยมงคล ๑ และที่ดินของเอกชนตั้งอาคารบ้านพักอาศัย ทิศตะวันตกยาว ๑๓๐.๖๕ เมตร ติดต่อกับถนนชัยมงคล และมีถนนแยกตรงผ่านตัดทางรถไฟทางด้านนี้ด้วย พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่คอน มีบ้านเรือนประชาชนตั้งอยู่โดยรอบ ด้านทิศเหนือมีถนนชัยมงคล ตรงไปทางทิศตะวันออกถึงถนนราชดำเนิน และวิทยาลัยเทคนิคภาคใต้สงขลา ทางด้านทิศตะวันตก มีถนนตรงผ่านทางรถไฟไปยังสถานีรถไฟและโรงพยาบาล การคมนาคมสะดวก ขอบเขตที่ตั้งวัดมีกำแพงก่ออิฐถือปูนล้อมรอบ มีประตูเข้าออกเป็นสัดส่วนจากหมู่บ้านเรือนของประชาชน

ความเป็นมา วัดชัยมงคล สร้างขึ้นเป็นวัดประมาณ พ.ศ. ๒๓๔ สมัยรัชกาลที่ ๔ ตอนต้น เดิมมีนามว่า "วัดโคกเสม็ด" ได้เปลี่ยนเป็น "วัดชัยมงคล" ในภายหลัง แรกเริ่มการสร้างวัดนี้ ได้มีพระอาจารย์ชัย กับพระอาจารย์เพชร เป็นชาวกลันตันทั้ง ๒ รูป มีความสนิทสนมกันมาก ท่านทั้งสองเป็นพระปฏิบัติกัมมัฏฐาน ได้เดินทางจาริกแสวงบุญ

มาพักอยู่ภายนอกกำแพงเมืองสงขลาทางด้านทิศตะวันออก สมัยนั้นบริเวณถิ่นแถวนี้เต็มไปด้วย ป่าไม้มาก โดยเฉพาะป่าไม้เสม็ด ไม่มีบ้านคนอยู่อาศัย จึงได้นำชาวบ้านจัดสร้างวัดขึ้นมา 62 วัด และเรียกนามวัดว่า "วัดโคกเสม็ด" หรือวัดชัยมงคลในปัจจุบัน และวัดโคกขี้หนอน หรือวัด เพชรมงคลในปัจจุบัน โดยแบ่งกันปกครองรูปละวัด พระอาจารย์ชัย ปกครองวัดโคกเสม็ด พระอาจารย์เพชร ไปปกครองวัดโคกขี้หนอน เมื่อได้สร้างขึ้นเป็นวัดที่มั่นคงแล้ว ได้รับพระ- ราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๐๘ ต่อมาได้จัดสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ขยายเขตให้ กว้างขึ้น ได้ขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมาใหม่ ได้รับพระราชทานวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๔ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร

ในสมัยที่พระอาจารย์ศรี เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ ๔ ได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อพระนะ ติสุสโร ได้เดินทางไปประเทศลังกา ราว พ.ศ. ๒๕๖ ได้รับพระบรมธาตุจากเศรษฐิชาวลังกา ซึ่งได้มาจาก พระเจดีย์กูปาราม เมื่อครั้งทำการปฏิสังขรณ์ใหม่ พระอาจารย์นะ ได้เดินทางกลับถึงเมืองสงขลา วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้สร้างพระเจดีย์เสร็จแล้ว ทำพิธีบรรจุพระบรมสาริริกธาตุ ในวันวิสาขบูชา ปีมะเมีย ตรงกับวันที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๓๗

ครั้นถึง พ.ศ. ๒๕๒๘ สมัยที่พระมหาแฉล้ม เขมปญฺโญ เป็นเจ้าอาวาส ได้ทำเรื่องราว เสนอคณะสงฆ์และฝ่ายบ้านเมือง เพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต สถาปนาวัดชัยมงคล เป็นพระอารามหลวง ความทราบผ่านละอองชุลีพระบาทแล้ว พระราชทานพระบรมราชานุญาต ตาม หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๒๕/๗๔๕๖ ลงวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๕๒๘ กระทรวงศึกษาธิการ ออกประกาศลงวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒

ทรัพย์สิน

ที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๕ ไร่ ๓ งาน ๔๔ ตารางวา

อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี พระอุโบสถกว้าง ๑๖.๕ เมตร ยาว ๑๑.๕ เมตร สร้างด้วย คอนกรีตเสริมเหล็ก สำหรับพระอุโบสถหลังเดิมนั้นก่ออิฐถือปูนแบบโบราณ ไม่มีช่อพลับพลึง

พระวิหาร พระบรมธาตุ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก แบบจตุรมุข มีรั้วเหล็กล้อม รอบพระวิหาร

กุฏิสงฆ์ จำนวน ๔ หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้

หอระฆัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

หอฉัน สร้างด้วยไม้ชั้นเดียว

สำหรับปูชนียวัตถุมิ พระประธานในพระอุโบสถ ปางมารวิชัย แบบพระพุทธชินราช พร้อมด้วยอัครสาวก พระพุทธไสยาสน์ ประดิษฐานอยู่ที่พระวิหาร พระสถูปเจดีย์บรรจุพระ- บรมสารีริกชาตุ ซึ่งพระอาจารย์นะ ติสุโร อัญเชิญมาจากลังกา เป็นทรงลังกาแบบถูปาราม สร้าง พ.ศ. ๒๔๓๗ ได้ทำการบูรณะในสมัยของพระมหาเหี้ยง อาภสุสโร เป็นเจ้าอาวาส โดย มีนายชุม ไชยศรี เป็นผู้จัดการบูรณะ

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

วัดชัยมงคล ได้จัดการศึกษาพระปริยัติธรรมขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๖ มีทั้งแผนกธรรม และบาลี และการศึกษาอยู่ในขั้นดี ต่อมาได้มีโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่เกิดขึ้น มีพระภิกษุสามเณร สนใจเรียนวิชาสามัญของโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่มากขึ้น แต่ก็ต้องศึกษาพระปริยัติธรรมเป็นหลัก เบื้องต้นด้วย ในด้านการสาธารณสงเคราะห์ ทางวัดได้ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการทางสังคม หลายประการ ทางคณะสงฆ์ได้ใช้สถานที่วัดนี้ประชุมทางคณะสงฆ์ เป็นที่ต้อนรับองค์อาคันตุกะ ให้การอนุเคราะห์แก่ผู้มาบำเพ็ญกุศลตามสมควร การเผยแผ่จัดให้มีเทศนาธรรม ปาฐกถา อภิปรายทุกวันธรรมสวนะ และวันสำคัญทางศาสนาเป็นประจำตลอดมา นอกจากนี้ในบางโอกาส ก็ได้จัดนิทรรศการทางพระพุทธศาสนาด้วย

การบริหารและการปกครอง

เจ้าอาวาสเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการบริหารและการปกครองทั้งหมด พระภิกษุสามเณร ที่อยู่ประจำที่วัดนี้ต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด ๓ อย่าง คือ ทำกิจวัตร ศึกษาทางปริยัติธรรม และ ถือเป็นภารกิจในกิจกรรมงานของวัด ทั้งนี้อยู่ในกรอบแห่งพระธรรมวินัย

เจ้าอาวาสมี ๔ รูป คือ

๑. พระอาจารย์ชัย พ.ศ. ๒๓๕๔ ๒. พระอาจารย์สุข ๓. พระอาจารย์หนู ๔. พระอาจารย์ศรี ๕. พระครูพรหมเวชวุฒิคุณ (ไชยทอง จนุทสโร) มีความรู้เรื่องเชี่ยวชาญทางแพทย์ แผนโบราณ ถึงมรณภาพเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๑

๖. พระครูประกัสรวินัยกิจ (พระมหาผุด) พ.ศ. ๒๔๘๑-๒๔๔ ต่อมาพระมหาศรีพรหม เมชงุกโร รักษาการแทนเจ้าอาวาส

๗. พระมหาเหี้ยง อาภสุสโร ถึง พ.ศ. ๒๕๑๗

๘. พระมหาแฉล้ม เขมปญฺโณ

วัดชัยมงคล มีพระภิกษุอยู่จำพรรษาบีละเกินกว่า ๒๐ รูป ตลอดมา.