วัดกุญชรชาติการาม
วัดกุญชรชาติการาม ตั้งอยู่ที่บ้านตะพุ่น หมู่ที่ 4 ตำบลนรสิงห์ อำเภอบ่าโมก จังหวัด อ่างทอง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 22 ไร่ 1 งาน 80 ตารางวา โฉนดเลขที่
3260 อาณาเขต ทิศเหนือยาว 3 เส้น 13 วา ติดต่อกับคลองบ้านตะพุ่น ทิศใต้ยาว 4 เส้น 4 วา ติดต่อกับที่ดินเลขที่ 26-86 ที่นาของชาวบ้าน ทิศตะวันออกยาว 5 เส้น 12 วา ติดต่อกับที่ดินเลขที่ 27 และป่าไม้ ทิศตะวันตกยาว 6 เส้น 2 วา ติดต่อกับป่าไม้และที่นา ของชาวบ้าน
พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบสูงอยู่ริมคลองบ้านตะพุ่น แวดล้อมไปด้วยป่าและที่นาของชาวบ้าน อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี ศาลาการเปรียญกว้าง 10 เมตร ยาว 24 เมตร สร้าง พ.ศ. 524 เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น หอสวดมนต์กว้าง 10 เมตร ยาว 18 เมตร สร้าง พ.ศ. 523 เป็นอาคารไม้ เสาและพื้นชั้นล่างเป็นคอนกรีต กุฎิสงฆ์ จำนวน 4 หลัง เป็นอาคารไม้ สำหรับ ปูชนียวัตถุมี พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดพระเพลากว้าง 7 ศอก ซึ่งได้นำเอาเศียรเก่ามา ต่อเติมองค์พระให้สมบูรณ์ขึ้น
วัดกุญชรชาติการาม สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ประมาณ พ.ศ. ๒๒๔๐ จากคำบอกเล่าสืบต่อกันมาว่า กษัตริย์องค์หนึ่งได้กรีธาทัพผ่านมาได้พักกองทัพที่แถวเมืองบาโมก แม่ทัพนายกองได้จัดสร้างพลับพลาขึ้นที่ตำบลเอกราช ตรงที่ตั้งวัดปราสาทในปัจจุบัน สำหรับ พวกกองข้างกองม้าได้อยู่เป็นหมวดหมู่ห่างจากพลับพลา ๑ กิโลเมตร บริเวณดังกล่าวต่อมาได้ สร้างเป็นวัดเรียก "วัดข้าง" ภายหลังวัดข้างทรุดโทรมลงกลายเป็นสภาพวัดร้าง ถึงปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ชาวบ้านได้ร่วมใจกันบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้น กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศยกสภาพให้เป็นวัดมี พระสงฆ์วันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๑ โดยให้มีนามว่า "วัดกุญชรชาติการาม" ถือว่าเป็นวัด ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้วเมื่อคราวก่อนจะเป็นวัดร้าง เพราะมีอุโบสถเป็นที่ทำสังฆกรรม มาก่อน ประมาณ พ.ศ. ๒๒๕๕ แต่ได้ทรุดโทรมลงหมดในช่วงเป็นวัดร้าง
เจ้าอาวาสในช่วงระยะที่ได้ยกสภาพเป็นวัดมีพระสงฆ์มี ๒ รูป คือ รูปที่ ๑ พระอธิการ เวก สมาจาโร พ.ศ. ๒๕๒๑-๒๕๒๕
รูปที่ ๒ พระมหากิตติ กิติตติญาโณ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นต้นมา
วัดกุญชรชาติการาม มีพระภิกษุจำพรรษา ๓ รูป ชี้ • คน ศิษย์วัด ๑ คน.