วัดเทพกุญชร
วัดเทพกุญชร ตั้งอยู่เลขที่ ๒ บ้านสามง่ามหรือบ้านอุทัย ซอยประจักษ์อุทัย หมู่ที่ ๑ ๕ เส้น ๑๐ วา ติดต่อกับคลองข้าวเม่า ทิศใต้ยาว ๕ เส้น ๘ วา ติดต่อกับที่จัดสรรของ คุณสวัสดิ์ สุวพานิช ทิศตะวันออกยาว เส้น ๑๐ วา ติดต่อกับตลาดคุณหญิงนวลขจร ทิศตะวัน- ตกยาว ๒ เส้น ๖ วา ติดต่อกับทางหลวงจังหวัด มีที่ธรณีสงฆ์ ๓ แปลง เนื้อที่ ๔๓ ไร่ ๑ งาน ๗๒ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๓๐๔, ๒๑๖๖, ๑๒๑๕
พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่ม จึงถูกน้ำท่วมทุกปี อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๖ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๐๑ เป็นอุโบสถหลังใหม่ที่สร้างขึ้นแทนหลังเก่า บานประตู หน้าต่าง ใช้ไม้สักแกะสลักลงรักบีดทอง ศาลาการเปรียญกว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๓๘ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้สองชั้น หอสวดมนต์กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕ เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ กุฎิสงฆ์ จำนวน ๔ หลัง ส่วนมากเป็น อาคารไม้สัก สำหรับปูชนียวัตถุมิ พระประธานในอุโบสถ พระเพลากว้าง ๓ ศอก ๐ นิ้ว ลักษณะเป็นแบบพระพุทธชินราช
วัดเทพกุญชร สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. ๒๓๒๕, ชาวบ้านเรียกว่า "วัดโคกข้าง" เนื่องจากบริเวณที่ตั้งวัดเคยเป็นสถานที่พักข้างเป็นโคกสูง ที่ประชาชนได้ขุดเอา ดินมาถมให้สูงขึ้น เดิมมีซากเจดีย์ปรักหักพังเป็นหลักฐานอยู่ แสดงว่าได้เคยเป็นวัดมาตั้งแต่ สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ขาดการทะนุบำรุงมาช่วงระยะหนึ่ง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้ง หลัง วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๐ เขตวิสุงคามสิมากว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร ผูกพัทธสมาวันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ ในด้านการศึกษาได้เปิดสอนพระปริบัติธรรมตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔๘ ต่อเนื่องกันมา และได้ให้ทางราชการจัดสร้างอาคารเรียนของโรงเรียนประถมศึกษา ขึ้นในที่วัดนี้ด้วย
เจ้าอาวาสมี ๓ รูป คือ รูปที่ ๑ พระอธิการสุด รูปที่ ๒ พระอธิการกลับ รูปที่ ๓ พระอธิการเจียม รูปที่ ๔ เจ้าอธิการศรี รูปที่ ๕ เจ้าอธิการบ้อม รูปที่ ๖ พระครูประจักษ์- อุทัยเขต (สังวาลย์ อินฺทสุวณฺโณ) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๔ เป็นต้นมา
วัดเทพกุญชร มีพระภิกษุจำพรรษา ๒๑ รูป สามเณร ๔ รูป ชี ๑ คน ศิษย์วัด ๗ คน.