วัดนิมมานรดี

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดนิมมานรดี เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรีชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๓๔ ถนนเพชรเกษม ตลาดบางแค หมู่ที่ ๑๕ แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นเป็นวัดประมาณ พ.ศ. ๒๓๕๐ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังวันที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๔ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร ได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวง นับตั้งแต่วันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๘

เขตที่ตั้งและอุปจารของวัด

ที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑ ไร่ ๘๔ ตารางวา อาณเขต ทิศเหนือยาว ๗๓ วา ๓ ศอก ติดต่อกับสถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค ทิศใต้ยาว ๗๓ วา ๓ ศอก ติดต่อกับคลองภาษีเจริญ ทิศตะวันออกยาว ๑๒๐ วา ติดต่อกับที่ดินของเอกชน ทิศตะวันตกยาว ๑๒๐ วา ติดต่อกับคลองพระยาราชมนี

พื้นที่ตั้งวัดมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่ม อยู่ริมคลองภาษีเจริญและคลองพระยาราชมนตรี มีถนนเข้าถึงวัด การคมนาคมสะดวกทั้งทางน้ำและทางบก ทางวัดได้สร้างกำแพงวัด แบ่งเขตการปกครองภายใน ทำทางเท้า ปลูกต้นไม้และสนามหญ้าไว้เป็นสัดส่วนอย่างมีระเบียบ

ความเป็นมา

วัดนิมมานรดี เดิมมีนามว่า "วัดบางแค" สร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในรัชสมัยของรัชกาลที่ ๑ ราว พ.ศ. ๒๓๕๐ มีหลักฐานปรากฏกล่าวถึงนามวัดนี้ในจดหมายเหตุรัชกาลที่ ๒ จ.ศ. ๑๑๘๓ (พ.ศ. ๒๓๖๔) ที่ทรงโปรดแต่งตั้งพระคณาจารย์เป็นผู้บอกกรรมฐานในกรุงและหัวเมือง ณ วันอังคาร เดือนยี่ แรมแปดค่ำ ปีมะเส็ง ตรีศก ในจำนวนพระคณาจารย์ผด รูปนั้น พระอาจารย์รูปที่ คือพระอาจารย์เกษ แห่งวัดบางแค เป็นผู้ให้สมาธิกรรมฐาน

ในสมัยรัชกาลที่ ๕ พ.ศ. ๒๔๑๕ พระอธิการแจ้ง ได้ย้ายมาจากวัดระมังโมสิตาราม มา ปกครองวัด ได้มีขุนตาลวโนชากร (นิ่ม) และภรรยาชื่อดี มาทำการบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะ ต่าง ๆ ทั้งหมด เสมือนกับว่าได้สร้างวัดขึ้นมาใหม่ที่เดียว ทางวัดจึงได้ปรึกษากันขอเปลี่ยนนาม วัดเสียใหม่ตามชื่อผู้บูรณะปฏิสังขรณ์ เพื่อเป็นเกียรติอนุสรณ์แห่งความดีให้เป็นที่ปรากฏสืบไป จึงได้เปลี่ยนนามจาก "วัดบางแค่" มาเป็น "วัดนิมมานรดี" อาศัยชื่อของสองสามีภรรยาต่อหัว ท้ายเป็นนามวัด เพื่อให้มีความหมายที่ไพเราะยิ่งขึ้น และสอดคล้องตรงกับนามของสวรรค์ชั้นที่ < อีกด้วย ครั้นแล้วขุนตาลวโนชากรก็ได้เสนอนามวัดนิมมานรดี ให้กราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทานวิสุงคามสีมา ได้รับพระราชทานเป็นครั้งแรกวันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๔๒๒ (วันอังคาร เดือนหก แรมแปดค่ำ มีเถาะ เอกศก พระพุทธสาสนกาล ๔๒๒ พรรษา) เขตวิสุงคามสีมากว้าง 6 วา ยาว ๕ วา

ต่อมาทางวัดได้จัดสร้างพระอุโบสถใหม่ และได้ขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมาใหม่ ได้รับพระราชทานวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ เขตวิสุงคามสีมากว้าง เมตร ยาว ๓ เมตร เท่ากับเขตของพระอุโบสถ จึงเป็นเหตุขัดข้องในการผูกพัทธสีมา จำเป็นต้องขอรับ พระราชทานใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อขยายเนื้อที่ออกไปอีก ได้รับพระราชทานเป็นครั้งที่ ๓ วันที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร

เมื่อวันที่ 0 มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระ- นางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงตัดลูกนิมิตพระอุโบสถ ได้พระราชทาน พระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร ประดิษฐานที่หน้าบันพระอุโบสถในคราวนี้ด้วย

วันที่ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมาร ได้ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงยกฉัตรพระเจดีย์และทรงเททองหล่อพระสิวลี พร้อมกับได้พระราชทาน พระนามาภิไธยย่อ ส.ธ. ประดิษฐานที่ผ้าทิพย์พระสิวลีด้วย

ถึงปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้มีร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง ขณะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพ ฯ เขต ๑๒ ได้ทำเรื่องราวขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เพื่อสถาปนาวัดนิมมานรดี ขึ้นเป็นพระอารามหลวง ความทราบผ่านละอองชุลีพระบาทแล้ว พระราชทานพระบรมราชานุญาต

ตามหนังสือเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่ นร ๐๔/๐๕ ลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ กระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศลงวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๘

ทรัพย์สิน

วัดนิมมานรด์ มีเฉพาะที่ตั้งวัดเนื้อที่ ๑๙ ไร่ ๔๔ ตารางวา ตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๔๐๕๖ ไม่มีที่ธรณีสงฆ์

อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี พระอุโบสถกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๗.๐ เมตร เป็น พระอุโบสถหลังใหม่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐ เสร็จเรียบร้อยในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ แบบฐาน บัทม์คอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหลัง ที่หน้าบันมีพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.5 ที่ซุ้มใบเสมาก็มีพระปรมา- ภีไชยย่อ ภ.ป.ร. เช่นกัน

พระวิหารเก๋งจีน ๒ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ก่ออิฐถือปูน ฝีมือช่างจืน หลังแรกสร้าง พ.ศ. ๒๔๔ โดยพระครูทวากรคุณ (แจ้ง) หาช่างจีนมาสร้าง หลังที่ ๒ สร้าง พ.ศ. ๒๔๔๗ โดยอำแดงส้อย เป็นผู้หาช่างจีนมาสร้าง พระวิหารทั้งสองหลัง ทางวัดได้ทำการ บูรณะ พ.ศ. ๒๕๒๔-๒๕๒๕

ศาลาการเปรียญ สร้างด้วยคอนกรีตและไม้สักติดตั้งช่อฟ้า ใบระกา สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๕

ศาลาตรีมุข (สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี) สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน ๒ หลัง

กุฎิสงฆ์จำนวน ๑๗ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก และคอนกรีตผสมไม้สัก

นอกจากนี้มีอาคารเรียนพระปริบัติธรรม หอระฆัง ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาพักร้อน ๓ หลัง ศาลาบำเพ็ญกุศล ณาปนสถาน และสุสาน ทั้งหมดนี้สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

สำหรับปูชนัยวัตถุพระประธานในพระอุโบสถ

ขนาดพระเพลากว้าง ๒ ศอก ๑ คืบ ปางมารวิชัย มิพระนามว่า "หลวงพ่อเกษ" สร้างด้วยโลหะทองเหลืองผสมลงรักบีดทอง เทศกาลตรุษจีนจะมีงานนมัสการเป็นประจำทุกปี

พระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ หอระฆังแบบลังกา สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๔١๗ เส้นผ่าศูนย์กลางฐาน ๑.๓๐ เมตร สูง ๑๖ เมตร ได้บูรณะใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

ได้เบิกสอนพระปริบัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลี สำหรับแผนกธรรมได้เปิดสอนในปี พ.ศ. ๒๔๘๒ แผนกบาลีเบิกสอนในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ มีนักเรียนธรรมและบาลีสอบไล่ได้ปีละหลาย รูป นับว่าเป็นสำนักเรียนที่มั่นคงและดีเด่นสำนักเรียนหนึ่ง จึงได้รับประกาศนียบัตรเชิดชู เกียรติให้เป็นสำนักเรียนตัวอย่างดีเด่น จากกรมการศาสนาเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนการศึกษาของชาติ โดยได้ให้สถานที่เป็นที่ตั้งโรงเรียนของทางราชการ ซึ่งทางวัดได้ให้การอนุเคราะห์ตลอดมา เกี่ยวกับการเผยแพร่และสงเคราะห์ด้านอื่น ทางวัด ได้จัดให้มีการอบรมเผยแพร่ศีลธรรม จัดพิมพ์เอกสารเป็นวิทยาทาน สอนสมาธิภาวนาแก่คนชรา บ้านบางแค จัดบริการรับบริจาคโลหิตมอบให้สภากาชาดไทยทุก ๓ เดือน และสงเคราะห์ศพ อนาถาตลอดมาอีกด้วย

การบริหารและการปกครอง

วัดนิมมานรดี มีการบริหารทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าอาวาสโดยตรง แต่อาจมอบหมายการ ดำเนินการในบางเรื่อง บางโอกาสอันสมควร ข้อปฏิบัติสำหรับพระภิกษุสามเณรในวัด มีกติกา วัดเป็นหลักเดียวกัน เป็นเรื่องการทำกิจวัตรและการศึกษาเป็นหลักใหญ่ โดยเคร่งครัด

เจ้าอาวาสมี ๖ รูป คือ

๑. พระอาจารย์เกษ ซึ่งมีนามปรากฏในจดหมายเหตุสมัยรัชกาลที่ ๒ พ.ศ. ๒๓๔ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บอกสมาธิกรรมฐานในการตรวจชำระวิบัสสนาธุระ

๒. พระครูทิวากรคุณ (แจ้ง) ย้ายมาจากวัดระฆังโฆสิตาราม พ.ศ. ๒๑๕-๒๔๔

๓. พระอาจารย์จอ เขมธมฺโม ย้ายมาจากวัดจันทราราม พ.ศ. ๒๔๔-๒๔๕๖

๔. พระอธิการหนู ธมุมสโร ย้ายมาจากวัดอัปสรสวรรค์ พ.ศ. ๒๔-๒๔๗๘

๕. พระครูวิทยานุโยค (พลบ) ย้ายมาจากวัดรางบัว พ.ศ. ๒๔๗๘-๒๕๑๑

๖. พระครูอมรคุณาวสัย ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๓ เป็นต้นมา

วัดนิมมานรดี มีภิกษุอยู่จำพรรษาปีละประมาณ ๑๓๐-๑๕๐ รูป.