วัดมงคลมิ่งเมือง

วัดมงคลมิ่งเมือง ตั้งอยู่เลขที่ ๖๑ บ้านคลองขุด หมู่ที่ ๔ ตำบลคลองขุด อำเภอเมือง สตูล จังหวัดสตูล สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๒ ไร่ ๓ งาน ๑๖๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๗๔๘๘ อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๔ เส้น ๑๐ วา ติดต่อกับที่ดินนายจ่าย นางเด็ด ทิศใต้ยาว ๔ เส้น ติดต่อกับป่าช้าจีน ทิศตะวันออกยาว ๒ เส้น ๑๐ วา ติดต่อกับที่ดินนายเชื่อน นางพลั่ง ทิศตะวันตกยาว ๓ เส้น ๑๐ วา ติดต่อกับป่าช้าจีน

พื้นที่ตั้งวัดเป็นเนินทราย ตั้งอยู่ใกล้ถนนหลวงสายสตูล-หาดใหญ่ ภายในวัดแบ่ง พื้นที่เป็นเขตสังฆมาวาสและพุทธาวาสเขตละ ๓ ไร่ อาการเสนาสนะต่าง ๆ มี หอสวดมนต์ กว้าง ๕ เมตร ยาว ๑๕ เมตร กุฎิสงฆ์จำนวน ๓๒ หลัง โครงสร้างเป็นอาคารไม้ ๖ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๓ หลัง และตึก ๒๐ หลัง นอกจากนี้ยังมี ศาลาฉันภัตตาหารกว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๕ เมตร ห้องสมุดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๕ เมตร สำหรับปูชนียวัตถุ พระพุทธรูปปาง ประทานพร สูง ๓ ศอก องค์พระกว้าง ๒ ศอกครึ่ง สร้างโดยสองพี่น้อง คือ นางละเอียด พูนพานิช และนางฉายอุ่น ถั่วพานิช เจ้าคุณศรีขันตยาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดเป็นผู้ถวายพระ นามว่า "พระมงคลมิ่งเมือง"

วัดมงคลมิ่งเมือง ประชาชนนิยมเรียกกันว่า "วัดป่าช้าจีน" เพราะเดิมมี พระจรัส ชาวพัทลุง ชุดงค์มาพัก ชาวสตูลมีศรัทธาเลื่อมใสในปฏิปทาของท่านจึงสร้างกุฎิลงในที่ดิน สาธารณะ ซึ่งเป็นที่ฝังศพคนจีน เรียกกันว่า ป่าช้าจีนหรือเปลวจีน ให้ท่านจำพรรษา ท่าน จำพรรษาอยู่ 2 ปี ก็ไป ต่อมาพระครูปฏิกาณธรรมรัต (พระมหากระจ่าง ชิตธมฺโม) ซึ่งรักษา การเจ้าคณะอำเภอเมือง เห็นว่าเป็นสถานที่สมควรสร้างวัดจึงปรึกษากับนายศักดิ์ ตันตระการสกุล นายกสมาคมจังหวัดสตูล ตกลงย้ายจากที่ดินเดิมมายังที่ตั้งปัจจุบัน ให้นางละเอียด พูนพานิช ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่ซื้อจากผู้อื่นมามอบให้สมาคมจังหวัดสตูล เป็นผู้ขออนุญาตสร้างและตั้งวัด ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2516 กระทรวงศึกษาธิการประกาศ ตั้งวัดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2517 ได้ขนานนามวัดตามนามของพระพุทธรูปเพื่อเป็น มิ่งมงคลของชาวจังหวัดนี้

วัดมงคลมิ่งเมือง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ มีนาคม พ.ศ. 2520 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 3 เมตร ยาว 60 เมตร ในด้านการศึกษาทางวัดเปิดสอนพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกธรรมและบาลี นอกจากนั้นยังตั้งโรงเรียนปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ในปี พ.ศ. 2515 ให้ชื่อว่า "โรงเรียนธรรมจักรวิทยา" และจัดตั้งมูลนิธิสำหรับโรงเรียนนี้อีกด้วย

เจ้าอาวาสผู้ครองวัดตั้งแต่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดเป็นต้นมามีรูปเดียว คือ พระครูปฏิภาณธรรมรัต (พระมหากระจ่าง จิตธมฺโม)