วัดพิกุลทอง
ส.ค. ๑ เลขที่ ๑๑๘ อาณาเขต ทิศเหนือยาว 6 เส้น๑ วา ติดต่อกับที่ดินของนายปาน และ นายพร้อม ทิศใต้ยาว ๕ เส้น ติดต่อกับลำคลอง ทิศตะวันออกยาว ๔ เส้น๑๖ วา ติดต่อกับ ที่ดินของนายปาน นายเขียวและนายจันทร์ ทิศตะวันตกยาว ๕ เส้น ๑๓ วา ติดต่อกับถนน สายชะมวง-บ่าพะยอม
พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบ อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง๗ เมตร ยาว ๒๑ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๒ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก หน้าบันและหุ้มประตูมุกนกลายไทย บานประตูหน้าต่าง แกะสลักรูปพระเจ้าสิบชาติ ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๓๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๖ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก กุฎิสงฆ์จำนวน ๑๐ หลัง โครงสร้างเป็นอาคารไม้ และครึ่งตึกครึ่งไม้ สำหรับปูชนียวัตถุมี พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปที่ สำคัญ พระเพลากว้าง ๗๐ เซนติเมตร สูง ๘๒ เซนติเมตร ปางสมาธิ พระประธานในอุโบสถ สร้างด้วยทองเหลือง พระเพลากว้าง ๑.๕๐ เมตร สูง ๒ เมตร พร้อมพระอัครสาวก นางสงวน ชูติตารมณ์ ถวายเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ และพระประธานในศาลาการเปรียญสร้าง พ.ศ. ๒๕๒๒ สร้างด้วยทองเหลือง พระเพลากว้าง๑.๓๐ เมตร สูง ๒.๕๐ เมตร
วัดพิกุลทอง สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๒๖๒ เดิมตั้งอยู่บนที่เนินสูง ชาวบ้าน เรียกว่า "วัดควนพิหาร" หรือ "วัดพิหาร" เมื่อได้ย้ายเสนาสนะมาสร้าง ณ ที่ตั้งปัจจุบันโดย ท่านทอง ชาวบ้านจึงเรียกว่า "วัดคุณทอง" ประกอบกับมีต้นพิกุลหอมต้นหนึ่งขนาดโตมาก เป็นสัญลักษณ์ จึงเรียกว่า "วัดพิกุลทอง" มาจนบัดนี้
เกี่ยวกับการศึกษาทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรมตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๘ เปิดสอน โรงเรียนสอนเด็กก่อนเกณฑ์ พ.ศ. ๒๕๒๔ นอกจากนี้มีโรงเรียนประถมศึกษาของทางราชการ ตั้งอยู่ และแต่เดิมมีโรงเรียนมัธยมศึกษาได้จัดตั้งขึ้น พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๒๔ ก็ได้ยุบเลิกกิจการไป
วัดพิกุลทองได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาประมาณพ.ศ. ๒๓๖๘ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๗ เมตร เจ้าอาวาส มี 3 รูป คือ รูปที่ ๑ พระทอง รูปที่๒ พระดวง รูปที่ ๓ พระครูกเดิม
รูปที่ ๓ พระครูสิริรัตโนภาส (แก้ว ผลิโก) ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๘ เป็นต้นมา วัดพิกุลทอง มีพระภิกษุจำพรรษา ๑๕ รูป สามเณร ๖ รูป ศิษย์วัด ๑๐ คน.