วัดนาทวี

วัดนาทวี ตั้งอยู่เลขที่ ๕๕ บ้านนาทวี แห่งที่ ๔ ตำบลนาทวี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๖๐ ไร่ ๘๐ ตารางวา อาณาเขตทิศเหนือยาว ๒ เส้น ๑๑ วา ติดต่อกับถนนไปชลประทาน ทิศใต้ยาว ๒ เส้น ๑๑ วา ติดต่อกับที่ดินของนายยอดทอง ทิศตะวันออกยาว ๔ เส้น ติดต่อกับคลองนาทวี ทิศตะวันตกยาว ๔ เส้น ติดต่อกับที่ดินนายเนียม มีที่ธรณีสงฆ์: แปลง เนื้อที่ ๖๖ ไร่ ๑ งาน ๗๓ ตารางวา ส.ค. ๑ เลขที่

๑๓๒, ๓๖๒, ๓๖๘, ๓๖๔

เป็นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบริมคลองนาทวี อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มีอุโบสถกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๓ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๔๗๔ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญกว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๒ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๔๗๓ โครงสร้างไม้เนื้อแข็ง กุฏิสงฆ์จำนวน ๓ หลัง โครงสร้างเป็นอาคารไม้เนื้อแข็งและมีฌาปนสถานของสุขาภิบาลได้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ สำหรับปูชนียวัตถุมิ พระประธานในอุโบสถ พระเพลากว้าง ๓ ศอก เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น สร้าง พ.ศ. ๒๔๘๔ และเจดีย์แบบสุโขทัยผสมลังกาสูง ๑๒ เมตร

เป็นวัดนับตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๘ ของนายทอง

ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากเจ้าเมืองจะโหน่งให้ดำรงตำแหน่งหัวเมือง 11: 0ง. นายอำเภอ ก่อนหน้านั้นมีวัดอยู่วัดหนึ่งร่างไกลออกไปมีนามว่า "วัดนาหว้า" ประมาณ พ.ศ. ๒๓๓ วัดนาหว้าถูกข้าศึกเมืองแล้วเผาวัดเสียหาย ประชาชนต้องการจะสร้างวัดใหม่ ใกล้ ๆ หมู่บ้านอีกสักวัดหนึ่ง นายทองหัวเมืองจึงนำความไปปรึกษากับเจ้าคณะหมวดที่เมือง จะนะ ตกลงสร้างวัดขึ้นใหม่ในที่ดินของตนเอง แล้วนิมนต์พระสันต์ สนุตจิตตโต จากวัดนาหว้า มาอยู่จำพรรษาและนำชาวบ้านดำเนินการสร้างวัด วัดนาทวีได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๕๕๔ ได้ผูกพัทธสีมาวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๕๔ เจ้าอาวาสมี ๔ รูป คือ รูปที่ ๑ พระสันต์ สนุตจิตโต

พ.ศ. ๒๓๖๐-๒๔๐๐ รูปที่ ๒ พระอธิการซ้าย ธมฺมโชโต พ.ศ. ๒๔๐-๔๖ รูปที่ ๓ พระอธิการเนียม ธมุมสาโร พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๔๗๒

รูปที่ ๔ พระครูประจักรนวการ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗ เป็นต้นมา วัดนาทวี มีพระภิกษุจำพรรษา ๕ รูป ศิษย์วัด ๑๐ คน.

วัดนาปรังประชาราม วัดนาปรังประชาราม

ตั้งอยู่เลขที่ ๑๑๐ บ้านนาปรัง หมู่ที่ ๑ ตำบลคลองกวาง อำเภอนากว้ จังหวัดสงขลา สังกัดคณะสงฆ์บ้านกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๕ ไร่ น.ศ. ๓ เถรที่ ๔๘๒ อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๓ เส้น ติดต่อกับที่ดินมีการครอบครองและคลอง ทิศใต้ ยาว ๓ เส้น ติดต่อกับที่ดินนายครัน หนูใหม่ ทิศตะวันออกยาว ๓ เส้น ติดต่อกับที่ดิน โรงเรียนบ้านนาปรัง ทิศตะวันตกยาว ๕ เส้น ติดต่อกับที่ดินมีการครอบครอง มีที่ธรณีสงฆ์ ๒ แปลง เนื้อที่ ๑ ไร่ ๓ งาน ๕๐ ตารางวา

พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบริมคลอง

อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง ๔ เมตร ยาว ๑๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๐ โครงสร้างไม้หลังคาคอนกรีต ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๒ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๐๕ โครงสร้างไม้พื้นคอนกรีต หอฉันกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๐ เมตร โครงสร้างไม้ เสาคอนกรีต กุฎิสงฆ์จำนวน ๔ หลัง โครงสร้างเป็นอาคารไม้ สำหรับ ปูชนียวัตถุ มีหลวงพ่อทวดหน้าตักกว้าง ๓ นิ้ว สูง ๑๓ นิ้ว เป็นรูปหล่อโลหะซึ่งพระสมุห์ถิ่น ผุสสะธมฺโม นำมาจากวัดข้างให้ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔

วัดนาปรังประชาราม ชาวบ้านเรียกว่า "วัดนาปรั่ง" เริ่มสร้างวัด พ.ศ. ๕๐๒ โดยชาวบ้านได้นิมนต์พระสมุห์ถิ่น ผุสุสธรรมโม มาเป็นหลักนำชาวบ้านจัดสร้างวัดนี้ขึ้น ที่ดินเป็นที่ว่างเปล่าสงวนไว้สำหรับสร้างวัด ต่อมาชาวบ้านได้มอบหมายให้ นายครื้น หนูใหม่ จับจองที่ดินและยื่นคำขอสร้างวัดต่อทางราชการ ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๑ กระทรวงศึกษาธิการประกาศตั้งเป็นวัดวันที่ ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๘

วัดนาปรังประชาราม ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๓๐ เมตร ยาว ๑๐ เมตร

การศึกษาทางวัดก็ได้เปิดสอนพระปริยัติธรรมแก่พระสงฆ์ตลอดมานับตั้งแต่เริ่มสร้างวัด พ.ศ. ๒๕๐๒ นอกจากนี้ยังได้ให้ทางราชการจัดตั้งสถานีอนามัยประจำตำบลขึ้นในที่วัดเนื้อที่ ๑ ไร่ อีกด้วย

เจ้าอาวาส มี ๓ รูป คือ รูปที่ ๑ พระสมุห์ถิ่น ผุสุสธรรมโม พ.ศ. ๕๐๒-๒๕๑ รูปที่ ๒ พระรั้น ธมฺมวโร พ.ศ. ๒๕๒๑-๒๕๒๔ รูปที่ ๓ พระสว่าง อรุโณ ดำรงตำแหน่ง วันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ เป็นต้นมา

วัดนาปรังประชาราม มีพระภิกษุจำพรรษา ๘ รูป สามเณร ๓ รูป ศิษย์วัด & คน