วัดกะพังสุรินทร์

วัดกะพังสุรินทร์ ตั้งอยู่เลขที่ ๒๘ ถนนเวียนกะพัง ตำบลท่าเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๒๔ ไร่ ๓ งาน ๔๔.๒ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๑๑๗๓, ๑๐๓๒๔ น.ส. ๓ เลขที่ ๔๖๔/๒๕ อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๒๘๐ เมตร ติดต่อกับถนนและที่มีการครอบครอง ทิศใต้ยาว ๓๒๐ เมตร ติดต่อกับที่มีการครอบครอง ทิศตะวันออกยาว ๒๒๕ เมตร ติดต่อกับที่มีการครอบครอง ทิศตะวันตกยาว ๒๒๕ เมตร ติดต่อกับถนนเวียนกะพัง

พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ชายเนินเตี้ย ลาดเอียงจากทิศเหนือไปสู่ทุ่งนา ทางทิศใต้ ได้ปรับปรุงให้เป็นที่ราบมากแล้ว อาคารเสนาสนะต่าง ๆ ได้แก่ อุโบสถกว้าง ๘.๕๐ เมตร ยาว ๑๕.๔๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๔๘๐ โครงสร้าง เสาไม้ ฝาก่ออิฐถือปูน หลังคา ๒ ชั้น บูรณะครั้งหลังเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๑ เมตร ยาว ๑๘ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๔๕๐ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก กุฎิสงฆ์ จำนวน ๓๐ หลัง โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก หลัง เป็นแบบบ้านแถวอาคารไม้ ๒๘ หลัง อาคารเรียนพระปริยัติธรรมกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๓๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นอาคาร ๒ ชั้น สำหรับปูชนียวัตถุ นอกจากมีพระประธานในอุโบสถแล้วยังมีต้นพระศรีมหาโพธิอีกด้วย ซึ่งได้มาจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๐

วัดกะพังสุรินทร์ สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๔๐ เดิมมีนามว่า "วัดกะพัง" โดยมีเจ้าเส ว่าจ้างที่ดินให้เป็นที่สร้างวัด มีหนองน้ำใหญ่อยู่เรียกว่า "สระกะพัง" ต่อมาสมัยพระยาสุรินทร์ราชา เป็นสมุหเทศาภิบาล ได้พัฒนาสระกะพังให้เป็นที่พักผ่อน ประชาชนจึงได้เรียกว่า "สระกะพังสุรินทร์" และนามวัดก็ได้เปลี่ยนเป็น "วัดกะพังสุรินทร์"

ตามไปด้วยเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๐ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๔ เมตร ยาว ๖ เมตร ได้รับพัธสีมาเมื่อวันที่ พฤษภาคม พ.ศ. ๕๐ ในด้านการศึกษา เริ่มสอนพระปริยัติธรรมตั้งแต่ พ.ศ. ๖๙ ขณะนี้แผนกนักธรรมมีพระภิกษุ

• รูป สามเณร ๖ รูป ธรรมศึกษา ๓๐ คน แผนกบาล พระภิกษุ ๒๑ รูป สามเณร ๕๓ รูป โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์เปิดสอน พ.ศ. ๒๕๑ ขณะนี้มีนักเรียน ๕ คน

เจ้าอาวาสมี ๑๕ รูป คือ รูปที่ ๑ พระครวิเชียร รูปที่ ๒ พระนาค รูปที่ ๓ พระหนู รูปที่ ๔ พระด้วน รูปที่ ๕ พระล้อม รูปที่ ๖ พระปลอด รูปที่ ๗ พระเรื่อง รูปที่ ๘ พระแย้ม รูปที่ ๙ พระแดง รูปที่๑๐ พระเขียน รูปที่๑๑ พระช่วน พ.ศ. ๒๕๘๐-๒๔๘๘ รูปที่๑๒ พระเทื่อม พ.ศ. ๒๔๘-๒๕๘ รูปที่๑๓ พระแพ พ.ศ. ๒๔-๒๕๖ รูปที่๑๔ พระมหาเกลื่ยม พ.ศ. ๒๕-๕๐๕ รูปที่๑๕ พระบีฎกคุณาภรณ์ (พระมหาสจัด พญานุญาวุโช) ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นต้นมา.