วัดสุวรรณคูหา
วัดสุวรรณคูหา ตั้งอยู่ที่บ้านเขาถ้า ถนนเพชรเกษม กิโลเมตรที่ ๓๐ หมู่ที่ ๒ ตำบลกระโสม อำเภอทะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๒๐ ไร่ ส.ค. ๑ เลขที่ ๘๐ อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๓ เส้น ๑๐ วา ติดต่อกับภูเขา ทิศใต้ยาว ๔ เส้น ๑๐ วา ติดต่อกับถนนสาธารณะ ทิศตะวันออกยาว ๕ เส้น ติดต่อกับที่นาของวัด ทิศตะวันตกยาว
เส้น ติดต่อกับดูน้ำกันเขตที่ดิน มีที่รณีสงฆ์ แปลง เนื้อที่ ๑ ไร่ งาน ๒๑ ตารางวา ส.ค. ๑ เลขที่ ๙๑, ๗๒ พื้นที่ตั้งวัดเป็นบริเวณภูเขาถ้ำ ซึ่งมีถ้ำมากมายเรียกชื่อต่าง ๆ กันออกไปตามลักษณะถ้ำ อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง ๗ เมตร ยาว ๒๑ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๔๖ ศาลาการเปรียญกว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๒๗ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๖ โครงสร้างเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นหินขัดเป็นอาคาร & ชั้น หอฉันกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๑๓ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๐๘ โครงสร้างเป็นอาคารทรงไทย ๒ ชั้น กุฎิสงฆ์ จำนวน ๑๔ หลัง โครงสร้างมีทั้งที่เป็นอาคารไม้ และครึ่งตึกครึ่งไม้ชั้นเดียว สองชั้น และสามชั้น สำหรับปูชนียวัตถุมี พระประธานในอุโบสถ พระเพลาสกว้าง ศอก ๑๐ นิ้ว ปางมารวิชัย สร้างด้วยอิฐถือปูน นอกจากนี้มีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ มีทั้งประทับยืน นั่ง ไสยาสน์ ปรินิพพาน จำนวน ๓๓ องค์ พระมหากัสสป ยืน ๑ องค์ พระพุทธบาทจำลอง อนุสาวรีย์ และโบราณวัตถุ เช่น ปรางค์ก็ บรรจุอิฐตระกูล ณ ตะกั่วทุ่ง เจดีย์เล็กหน้าถ้ำ ใบเสมา บานประตูถ้ำ ๒ แผ่น สิงโตจีน
กระเบื้อง (กังโส) ๖ ตัว ศิลาจารึกของพระยาบริสุทธิ์โลหภูมินทราธิบดี (ถิน) ๑ แผ่น และมี เครื่องลายครามเบญจรงค์ต่าง ๆ อีกหลายรายการ
วัดสุวรรณคูหา สร้างขึ้นเป็นวัดมาแต่โบราณ ประมาณ พ.ศ. ๒๒๔๓ โดยมีพระชุดองค์ที่ชาวบ้านเรียกว่า "พ่อท่านเจ้าถ้า" และสามเณรที่ชาวบ้านเรียกว่า "พ่อท่านเจ้าเณร" ได้เดินธุดงค์จาริกมาพักอยู่ที่วัดบน ซึ่งตั้งอยู่คนละฝั่งคลองกับวัดสุวรรณคูหานี้ ได้เห็นบริเวณที่ตั้งวัดปัจจุบันมีถ้ำสวยงามเป็นที่สงบเงียบจึงได้มาดำเนินการสร้างเป็นวัดขึ้นมาเรียกว่า "วัดถ้ำ" กาลผ่านมาประมาณ พ.ศ. ๒๕๑ พระยาบริสุทธิโลหภูมินทราธิบดี (ถิน) ผู้สำเร็จราชการเมืองตะกั่วทุ่ง กับพระเพชรศรีพีไชยสงคราม (เหม็น) ปลัดเมืองผู้น้อง ซึ่งท่านทั้งสองเป็นบุตรของพระยาโลหภูมิพิสัย (พระตะกั่วทุ่ง ขุนดำ) ต้นตระกูล "ณ ตะกั่วทุ่ง" ได้ดำเนินการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดนี้ ทำให้วัดสุวรรณคูหาเจริญรุ่งเรือง เป็นวัดประจำตระกูล ณ ตะกั่วทุ่ง และเป็นวัดประจำเมืองด้วย วัดสุวรรณคูหาได้รับพระราชทานวิสุงคามธรรมเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖ ได้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ โดยที่บริเวณวัดนี้มีถ้ำสวยงาม จึงมีพระเจ้าแผ่นดินและบุคคลสำคัญต่าง ๆ มากมายมาเยี่ยม ที่ควรแก่การบันทึกไว้เป็นหลักฐานมี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า รัชกาลที่ 4 เสด็จมาเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๓๓ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ รัชกาลที่ 6 เสด็จเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๒ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า รัชกาลที่ ๘ เสด็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เสด็จเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๒ นอกจากนี้ก็มีพระบรมวงศานุวงศ์ เจ้านายข้าราชการและบุคคลทั่วไปมาเยี่ยมชมสืบต่อมาโดยลำดับ
เกี่ยวกับการศึกษา ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม เริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐ จนถึงขณะนี้มีนักธรรมพระภิกษุ ๓๐ รูป สามเณร ๑๐๔ รูป ธรรมศึกษา ๑๓๕ คน ให้ทางราชการสร้างโรงเรียนประถมศึกษาในที่วัด ขุดบ่อน้ำประปา และจัดให้มีห้องสมุดเพื่อสาธารณชนอีกด้วย
เจ้าอาวาส มี ๑๒ รูป เท่าที่ทราบ คือ รูปที่ • พ่อท่านเจ้าถ้า พ.ศ. ๒๒๔๓ รูปที่ ๒ พระสุวรรณคูหาสังฆปาโมกข์ ก่อน พ.ศ. ๒๘๐ รูปที่ ๓ พระอุบัชฌาย์บวย พ.ศ. ๒๔๑๒-๒๔๒ รูปที่ พระครูสมุห์อ่อน (กล่อม) พ.ศ. ๒๔๒๓-๒๔๓๐ รูปที่ ๔ พระอิการเทือก พ.ศ. ๒๕๒๔-๒๔๔๓ รูปที่ ๓ พระอธิการแดง พ.ศ. ๕๔๓-๒๔๔ รูปที่ พระสมุห์ขลุ่น พ.ศ. ๒๔๕-๒๔๕๘ รูปที่ ๘ พระอธิการเผือก พ.ศ. ๒๙๖๐-๒๔๖๕ รูปที่ ๖ พระอธิการเพ็ง พ.ศ. ๒๘๒-๒๔๘๑ รูปที่ ๑๐ พระอธิการพริม พ.ศ. ๔๘๙-๔๒ รูปที่ ๑๑ พระสมุห์รุ่ง อินทวณฺโณ พ.ศ. ๖๓-๒๕๐๒ รูปที่ ๑๒ พระครูวินัยสารนิเทศก์ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. ๕๐๒ เป็นต้นมา
วัดสุวรรณคูหา มีพระภิกษุจำพรรษา ๑๗ รูป สามเณร • รูป ชี ๑ คน