วัดเจ้าอาม
วัดเจ้าอาม ตั้งอยู่เลขที่ ถนนบางกอกน้อย-ตลิ่งชัน แขวงบางขนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๖๐ ไร่ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๕๗๖๕, ๕๗๖๖, ๑๖๓๐๔, ๑๒๓๐๕ อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๑๑๘ เมตร ติดต่อกับลำกระโดงและคลองวัดเจ้าอาม ทิศใต้ยาว ๑๑๔ เมตร ติดต่อกับลำกระโดง และที่เอกชน ทิศตะวันออกยาว ๑๖๐ เมตร ติดต่อกับถนนหลวงบางกอกน้อย-ตลิ่งชัน ทิศตะวันตกยาว ๒๒ เมตร ติดต่อกับลำกระโดง และที่ดินเอกชน ที่ดินสงฆ์จำนวน ๔ แปลง เนื้อที่ ๑ ไร่ ๖๗ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๔๔๖๔
ฟื้นที่ตั้งวัด เป็นที่ราบลุ่มอยู่ในสวนมีคูคลองโดยรอบ ขณะนี้ได้กลายเป็นที่จัดสรรมีหมู่บ้านประชาชนเพิ่มมากขึ้น การคมนาคมมีถนนหลวงสายบางกอกน้อย-ตลิ่นตันผ่านหน้าวัดทางทิศตะวันออก อาการเสนาสนะมี อุโบสถกว้าง 7.0 เมตร ยาว 22.55 เมตร กำลังดำเนินการก่อสร้างแทนหลังเก่า กุฎิสงฆ์มีจำนวน 16 หลัง มีทั้งที่เป็นอาคารยกพื้นสูงแบบบ้านทั่วไปและที่เป็นตึกและครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ศาลาการเปรียญครึ่งตึกครึ่งไม้ยกพื้นสูง สร้าง พ.ศ. 2502 กว้าง 11 เมตร ยาว 31.20 เมตร สำหรับปูชนียวัตถุมพระประธานในอุโบสถปางมารวิชัยหน้าตัก 9 ศอกเศษ หล่อด้วยทองเหลืองเป็นพระพุทธรูปสมัยอู่ทอง หลวงพ่อโตในวิหารเป็นศิลาแลงปางมารวิชัยหน้าตัก 3 ศอกเศษ ปรางค์ใหญ่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่ส่วนยอด สำหรับซุ้มปรางก็ได้ประดิษฐานพระพุทธรูปยื่นสูงประมาณ 3 ศอกทั้งสี่ทิศ โบราณวัตถุมีพัทธเสมารอบอุโบสถเป็นพัทธเสมาคู่ ซึ่งตามปกติแล้วจะมีเฉพาะพระอารามหลวงเท่านั้น โคมระย้าและโคมหวดแก้วในอุโบสถ แขวนอยู่ที่ด้านหนึ่งเป็นของเก่า
วัดเจ้าอาม สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 722 โดยที่พระเจ้าตากสินมหาราชทรงสร้างขึ้น เพื่ออุทิศพระราชกุศลให้กับพระสนมเอกชื่อมีนามว่า "อาม" หรือ "เจ้าอาม" ที่ถูกพระองค์สั่งให้ประหารชีวิตด้วยเข้าพระทัยผิดว่ากระทำความชั่วพร้อมกับได้แรงสร้างปรางค์ใหญ่ขึ้นองค์หนึ่งเป็นที่บรรจุอัฐิของพระสนมอาม แต่การก่อสร้างอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ยังไม่เสร็จเรียบร้อยตามพระราชดำริด้วยเหตุที่พระองค์ต้องมีพระราชภารกิจในด้านการปกครองบ้านเมือง และต่อมาได้สิ้นสมัยของพระองค์เสียก่อน การก่อสร้างวัดในระยะต่อมาได้อาศัยชาวบ้านในละแวกนั้นช่วยกันตามกำลังความสามารถ จอมแลประกาศ จารุเสถียร และท่านผู้หญิงไสว จารุเสถียร เมื่อครั้งยังมีอำนาจวาสนาทางการเมืองอยู่ได้รับที่จะบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่าง ๆ ในชั้นแรก ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาจากจังหวัดเชียงใหม่มาประดิษฐานไว้ที่ปรางค์ส่วนยอด นำต้นศรีมหาโพธิ์และต้นสาละที่เอกอักขราจารราชทูตอินเดียได้นำมาจากพุทธา อินเดีย นำมาปลูกไว้ที่วัดเจ้าอามปรากฏอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ การบูรณะปฏิสังขรณ์ก็ได้หยุดชะงักไปอีกครั้งหนึ่งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทาง
การเมืองเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๖ วัดเจ้าอามควรที่จะเป็นวัดที่เจริญรุ่งเรืองใหญ่โตและสวยงาม สมกับเป็นวัดที่พระเจ้าแผ่นดินทรงริเริ่มสร้างขึ้นไว้ การบูรณะพัฒนาวัดแม้จะค่อยเป็นค่อยไปทางวัดก็คงจะต้องดำเนินการต่อไปอย่างไม่หยุดยัง เพื่อให้เป็นวันที่เจริญรุ่งเรืองเร็งได้รับพระราชกุศลเป็นพระอารามหลวงในที่สุด เป็นการเทิดพระเกียรติและสนองพระราชดำริพระเจ้ากรุงธนบุรีที่ได้ทรงสร้างไว้แต่แรก
วัดเจ้าอามได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมามาแต่เดิม สมัยพร้อมกับการสร้างวัดประมาณ พ.ศ. ๒๓๒๒ ในด้านการศึกษาทางวัดเริ่มสอนพระปริยัติธรรมมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๒ ขณะนี้นักธรรมมีพระภิกษุ ๒๐ รูป สามเณร ๑ รูป นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนระดับประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร และศูนย์สาธารณสุขตั้งอยู่ในที่วัดอีกด้วย
เจ้าอาวาสมี ๔ รูป คือ รูปที่ ๑ พระอธิการเฉย รูปที่ ๒ พระอธิการเทศ รูปที่ ๓ พระอธิการยัง รูปที่ ๔ พระอธิการไปล่ อุตตโส ดำรงตำแหน่งถึง พ.ศ. ๒๕๑๑ รูปที่ ๒ พระครูนิวิฐ สาธุวัตร (ทองล่ำ เงินลี) อายุ ๔๗ ปี พรรษา ๒๗
ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๒ จนถึงปัจจุบัน
ขณะนี้วัดเจ้าอามมีพระภิกษุจำพรรษา ๒๖ รูป สามเณร ๑ รูป ศิษย์วัด ๑๘ คน.